ลับไปกินเถอะ”
จางซื่อกำข้าวของในมือจนแน่น ขอบตารอบผ่าว ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรในชั่วขณะ
ไป๋จื่อลอบถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างช้าๆ ว่า “ข้าไป๋จื่อเกลียดชังคนที่ทั้งวันคิดจะเอาแต่ได้ โดยที่ไม่ยอมทำงานเป็นที่สุด ในเมื่อพวกท่านมีการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว ข้าย่อมมองพวกท่านใหม่ แม้จะไม่นับว่าเป็นญาติกัน แต่อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนร่วมหมู่บ้านเดียวกัน ข้าไม่ขอรับรองว่าหลังจากนี้จะช่วยเหลือพวกท่านได้ทุกเรื่อง แต่ขอเพียงพวกท่านพยายาม วันคืนที่ยากลำบากจะต้องผ่านพ้นไปแน่”
จางซื่อและเจ้ารองพากันพยักหน้า ไป๋จื่อจึงกล่าวอีกว่า “หลังจากพลิกหน้าดินเรียบร้อยแล้ว ยังมีงานลงเมล็ดพันธุ์อีก ถึงตอนนี้ยังต้องหาคนมาทำเช่นเดิม หากพวกท่านอยากทำ ข้าจะคิดค่าแรงสองเฉียนต่อหนึ่งหมู่เช่นเดียวกัน แต่ข้าต้องการให้ลงเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในหนึ่งวัน จึงไม่อาจให้พวกท่านทำทั้งหมดสามหมู่ เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะไปหาคนมาอีก”
จางซื่อยินดียิ่ง “อยากทำสิ นับพวกข้าทั้งครอบครัวไปด้วยได้เลย พวกข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าเสียเวลาแน่นอน”
ไป๋จื่อพยักหน้า “เช่นนั้นย่อมดีที่สุด พวกท่านกลับไปได้แล้วล่ะ”
ครั้นกล่าวขอบคุณไป๋จื่อแล้ว จางซื่อและเจ้ารองก็จากไป ทว่าเพิ่งจะเดินถึงประตูรั้ว จ้าวหลานก็รีบร้อนตามมาแล้ว ในมือถือชามกระเบื้องสีขาวขนาดใหญ่พร้อมฝาปิดมาด้วย
จ้าวหลานยื่นชามนั้นให้จางซื่อ เอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “นี่เป็นเกี๊ยวที่จื่อยาโถวทำ เ