าล”
แม้จากนั้นจะชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นางก็พูดต่ออีกว่า “แต่เจ้ากับท่านน้าหลานจริงใจกับพวกข้า พวกข้าก็ไม่อาจปิดบังทุกเรื่องกับพวกเจ้าได้ ข้าไม่สามารถพูดเรื่องในอดีตกับคนอื่นได้ ทว่ากับพวกเจ้า ข้าคิดว่าพวกข้าควรจะตรงไปตรงมาสักหน่อย”
จ้าวซู่เอ๋อเดินไปนั่งลงข้างๆ ไป๋จื่อ กล่าวเสียงเบาว่า
“เมื่อสามปีก่อน ข้ากับหรูเอ๋อร์อาศัยอยู่ที่ทงโจว นั่นเป็นบ้านเก่าของพวกข้า อาอู่เป็นหัวหมู่กองทหารเกราะดำของทัพฉู่ พวกข้าอาศัยเงินเดือนของอาอู่ นับว่าใช้ชีวิตแต่ละวันได้อย่างสะดวกสบาย ทงโจวอยู่ห่างจากค่ายหทารชายแดนเพียงสิบนาทีเท่านั้น อาอู่คิดถึงข้าและหรูเอ๋อร์อยู่เสมอ จึงมักจะลอบกลับมาเยี่ยมพวกข้ายามที่มีเวลาพักจากสงคราม แม้จะไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้บ่อยๆ ทว่าพวกข้าก็มีความสุขมาก จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ อาอู่ก็หนีกลับมาพร้อมกับร่างกายเปื้อนเลือด ครั้นกลับมาแล้วก็พาข้ากับหรูเอ๋อร์หนี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพวกข้าก็พเนจรไปทั่ว ไม่ได้มีชีวิตอย่างสงบสุขเลยสักวัน จนมาพบกับพวกเจ้านี่แหละ”
นางจับมือของไป๋จื่อไว้แน่น “ดังนั้น เจ้าอย่าให้อาเฟิงไปรบเด็ดขาด เจ้ายังอายุน้อย จะทนรับความหวาดผวาที่สามีภรรยาแยกจากกันในทุกวันได้อย่างไร”
ไป๋จื่อยิ้มเจื่อน “เรื่องบางเรื่องใช่ว่าพวกเราคิดแล้ว จะสามารถทำมันได้ตามใจชอบนะเจ้าคะ ทุกคนล้วนมีเรื่องที่ตนเองอยากทำ และมีภาระหน้าที่ของตนเองเช่นกัน หูเฟิงมีเส้นทางชีวิตที่เขาอยากเดินไป ส่