ร่างกายล้มลงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาค่อยๆ ปิดลง
เธอยังคงได้ยินเสียงของอวี๋ม่านน่า แต่ไม่สามารถตอบสนองได้อีก จิตของเธอยังคงอยู่ในร่างกายนี้ แต่กลับควบคุมร่างกายไม่ได้
อวี๋ม่านน่าเห็นไป๋จื่อลงนอน เธอเรียกอีกฝ่ายอยู่สองเสียง ทว่าไม่ได้รับการตอบสนอง ตนจึงรวบรวมความกล้าสาวเท้าเข้าไปใกล้
จากนั้นเธอก็ยื่นมือไปตีลงที่ข้างแก้มของไป๋จื่อ “เธอเป็นอะไรไป อย่ามาแกล้งตายหน่อยเลย รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
ไป๋จื่อยังคงไม่ตอบสนอง เหมือนกับเวลาที่เธอเห็นเป็นปกติไม่มีผิด
เธอยื่นมือไปทดสอบที่ใต้จมูกของไป๋จื่อ ลมหายใจของไป๋จื่อเป็นปกติ อัตราการเต้นของหัวใจกับค่าความดันโลหิตบนจอมอนิเตอร์ล้วนเหมือนเวลาปกติ เป็นไปได้ยังไง เมื่อกี้นี้ยังมีท่าทีอวดเก่งอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้แล้วล่ะ
อวี๋ม่านน่ามองไป๋จื่ที่ยังคงมีสีหน้าขาวซีด ก่อนจะมองไปยังหมอนอิงบนพื้น นี่ถือเป็นโอกาสดี โอกาสดีที่สุด
หากพลาดไปแล้วก็อาจจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกเลย
สุดท้ายเธอก็หยิบหมอนอิงขึ้นจากบนพื้น แล้วกดมันลงบนใบหน้าของไป๋จื่ออีกครั้ง
ขณะที่ไป๋จื่อคิดว่าตนเองจะต้องตายด้วยน้ำมือของหญิงสาวจิตใจอำมหิตคนนี้จริงๆ ประตูห้องผู้ป่วยก็พลันเปิดออก เงาร่างสูงใหญ่ของหลินหยางเดินเข้ามา เขาเห็นอวี๋ม่านน่ายืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย กำลังใช้หมอนกดหน้าไป๋จื่ออยู่ในทันที
“เธอกำลังทำอะไร” หลินหยางถลันเข้ามา ผลักอวี๋ม่านน่าออกไปโดยพลัน แรงของผู้ชายย่อมแตก