่ายค่าเช่าเท่าไร” หลี่ซื่อชำเลืองมองอีกฝ่าย
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว “เดือนละหนึ่งตำลึงเงิน จื่อยาโถวเป็นคนจ่ายเงินให้ อาอู่ช่วยพวกนางทำงาน นางจึงคอยดูแลเรื่องอาหารและที่อยู่ให้ ต่อไปบ้านใหม่ของพวกนางสร้างเสร็จ พวกเขาก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
หนึ่งตำลึงเงิน? หลี่ซื่อตาเป็นประกายในทันใด เช่าอยู่ในบ้านซอมซ่อเช่นนี้หนึ่งเดือน เป็นเงินถึงหนึ่งตำลึงเชียวหรือ
ในหมู่บ้านนี้มีใครบ้างไม่รู้ว่าไป๋จื่อมีเงิน ครั้งก่อนใต้เท้านายอำเภอให้รางวัลนางถึงหนึ่งร้อยตำลึงเงิน และทุกคนในหมู่บ้านล้วนเห็นเงินหนึ่งร้อยตำลึงเงินนั่นด้วยตาตัวเอง
บัดนี้นางเก็บเกี่ยวแตงดินของตนเองได้มาก เดิมทีคิดว่านางคงขายแตงดินไม่ออกแน่ๆ แต่สุดท้ายได้ยินว่าเช้าตรู่ของวันนี้ ร้านสือเค่อส่งรถมานำแตงดินไป ครั้งหนึ่งจะนำไปหนึ่งร้อยชั่ง หลังจากนี้สองวันจะมาอีกครั้ง นี่เท่ากับว่านางนั่งอยู่ในบ้านเฉยๆ ก็ได้รับเงินแล้ว มิน่าถึงใจกว้างช่วยเหลือผู้อื่นเช่นนี้
ความรู้สึกดูถูกบนใบหน้าของหลี่ซื่อหายไปอย่างไร้ร่องรอยในทันใด ใบหน้าดุดันของนางปรากฏรอยยิ้มจอมปลอมขึ้นมาแทนที่ “ท่านพ่อ ท่านทั้งสองอายุมากแล้ว บ้านนี้ก็ทั้งเล็ก ทั้งเก่า ให้พวกเขาทั้งครอบครัวอาศัยอยู่ที่นี่คงจะไม่สะดวก ให้พวกเขาไปอยู่ที่บ้านของพวกข้าน่าจะดีกว่ากระมัง”
“อยู่ที่บ้านของพวกเจ้า? บ้านของพวกเจ้าไม่มีห้องว่างแล้วไม่ใช่หรือ” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว ครั้งก่อนฝนตกลงมาห่าใหญ่ บ้านของเ