ินเสี่ยวอันจากไป
หลังจากเมิ่งหนานไปแล้ว ไป๋จื่อและหูเฟิงก็บอกลาเถ้าแก่เฉิน
ฝ่ายเถ้าแก่เฉินไม่อาจทนมองท่าทีของเมิ่งหนานได้จริงๆ ครั้นเห็นไป๋จื่อออกจากร้านอาหาร และกำลังจะขึ้นรถม้าไป ในที่สุดเขาก็ถลันเข้าไปหานาง เรียกนางไว้ “แม่นางไป๋ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า”
ไป๋จื่อชักเท้าที่เพิ่งยกขึ้นกลับมา แล้วหมุนกายไปเผชิญหน้ากับเถ้าแก่เฉิน “เถ้าแก่เฉินอยากถามอะไรหรือเจ้าคะ”
“เจ้าไม่อยากไปเมืองหลวงกับใต้เท้าเมิ่งจริงหรือ” เถ้าแก่เฉินถาม
คิ้วได้รูปสวยของไป๋จื่อเลิกขึ้นเล็กน้อย นางยิ้มพลางถามกลับไปว่า “คำพูดนี้เถ้าแก่เฉินถามข้าเอง หรือเมิ่งหนานฝากท่านมาถามข้าเจ้าคะ”
เขารีบกล่าว “ข้าถามเจ้าเอง ใต้เท้าเมิ่งไม่รู้”
ไป๋จื่อพยักหน้า กล่าวเสียงเรียบ “เถ้าแก่เฉิน ในเมื่อท่านถามเช่นนี้ ข้าก็จะขอย้อนถามท่านสักคำ หากท่านเป็นข้า ท่านจะทำอย่างไร”
หากเขาเป็นนาง?
เถ้าแก่เฉินพิจารณาเด็กสาวตรงหน้า ผู้ที่มีอายุเพียงสิบสองสิบสามปีเท่านั้น ไม่ว่าจะฉลาดหลักแหลมเพียงใดก็สลัดภาพลักษณ์ของเด็กสาวชาวนาไปไม่ได้ หากนางไปเมืองหลวงกับเมิ่งหนานจริง ต่อไปนางจะมีสภาพเช่นไร
เมืองหลวงไม่เหมือนเมืองชิงหยวน ด้วยไป๋จื่อยากจน ไม่มีฐานะหรือผู้ใดอยู่เบื้องหลัง ทั้งยังไม่มีที่พึ่งพิงที่ไว้ใจได้ แล้วนางจะลงหลักปักฐานได้อย่างไร
อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องอื่นเลย สามนางหกแม่[1]ของสกุลเมิ่งเหล่านั้น เพียงแค่ฝีปากก็เพียงพอจะทำให้นางอับจนหนทางแล้ว เหต