บตำลึงเงินเลย
หลิวซื่อโศกเศร้าที่สามีถูกซ้อมจนมีสภาพเช่นนี้ ทั้งยังเจ็บใจที่สิบตำลึงเงินถูกคนปล้นไป นางโมโหจนถึงขั้นยืนก่นด่าเสียงดังอยู่ในลานบ้าน ทักทายบรรพบุรุษเสียสิบแปดรุ่นอยู่รอบหนึ่ง กระนั้นก็ยังไม่พอใจ ยังลากเจ้าใหญ่จะออกไปข้างนอกอีก
เจ้าใหญ่ผลักหลิวซื่อที่เหมือนเป็นบ้าไปแล้วด้วยมือข้างหนึ่ง “เจ้าจะทำอะไร”
สะใภ้ใหญ่ขอบตาแดงก่ำ “ที่รัก เจ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือ เจ้าถูกซ้อมจนมีสภาพเช่นนี้ อีกทั้งถูกปล้นเงินไปอีกสิบตำลึง พวกเราต้องรีบไปฟ้องร้อง อาจจะจับนักเลงสองคนนั้นได้ สิบตำลึงเงินจะได้กลับมาที่เราอย่างไรล่ะ”
อีกฝ่ายถลึงตามองนางอย่างหมดคำพูด ขณะนี้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง “เจ้าเมียโง่ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ไปฟ้องร้องในเวลากลางค่ำกลางคืน บอกว่าถูกคนปล้นเงินไปสิบตำลึง ทั้งยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แม้แต่หน้าตาเป็นอย่างไรข้าก็มองไม่ชัดเจน เจ้าจะให้ขุนนางทิ้งเมียรักในบ้าน แล้วออกไปตามจับโจรให้เจ้าหรืออย่างไร เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ”
เขากล่าวต่อ “ปีที่แล้วลูกชายของท่านลุงจ้งที่หมู่บ้านของพวกเราก็ถูกโจรปล้นเช่นเดียวกัน ไม่เพียงถูกปล้นเงินไปเท่านั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ถูกซ้อมจนตาย ศาลาว่าการก็แค่ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งทหารออกไปตามจับโจรโดยสิ้นเชิง”
หลิวซื่อกระทืบเท้า “เช่นนั้นจะทำอย่างไร ช่างปะไรหรือ”
เจ้าใหญ่ถอนใจเสียงหนึ่ง “ไม่ช่างปะไรแล้วจะทำอะไรได้? สองคนนั้นไม่เอ