นระหว่างทางก็ค่อยๆ บางตาลง เวลายามนี้แล้ว เหล่าชาวบ้านที่จากป่าเขาเข้าไปในเมือง ต่างก็กลับบ้านกันไปแล้ว
ทั้งสองคนรู้สึกร้อนใจ จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แม้กระทั่งไม่รู้สึกเลยว่ามีใครอีกสองคนตามหลังพวกเขาอยู่ตลอด
เมื่อเดินตามทางไปได้ช่วงหนึ่ง ทั้งหน้าและหลังล้วนรกร้าง นอกจากพวกเขาแล้ว ก็ไม่มีเงาผีที่ไหนให้เห็นเช่นกัน
จู่ๆ บุรุษที่ตามหลังพวกเขาสองคนก็ถลันขึ้นมา พากันล้อมหน้าล้อมหลังสองพี่น้องเอาไว้
เจ้าใหญ่สีหน้าเปลี่ยนไป “ทำอะไร พวกเจ้าเป็นใคร”
บุรุษคนที่อยู่ข้างหลังเจ้าใหญ่ถีบเข้าที่บั้นท้ายของเขา ทำเอาเขาเกือบจะล้มลงบนพื้น
“เจ้ามีเงินสิบตำลึงไม่ใช่หรือ ไหนขอข้าดูสักหน่อย ดูสิว่ามีจริงอย่างที่เจ้าคุยหรือไม่”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้แล้ว แม้แต่คนโง่ก็ฟังความหมายของพวกเขาออก เจ้าใหญ่โมโหขึ้นมา “กลางวันแสกๆ พวกเจ้ายังกล้าดักปล้น ในสายตาของพวกเจ้ายังมีกฎหมายอยู่หรือไม่”
“กฎหมาย?” จู่ๆ บุรุษผู้นั้นก็หัวเราะขึ้นมา หัวเราะจนน้ำตาแทบจะไหลออกมาด้วยซ้ำไป “กฎหมายกินได้หรือไม่ ตอนนี้ข้ากินข้าวไม่อิ่มด้วยซ้ำ ยังจะสนใจกฎหมายอะไรอีก ข้าต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป นี่ต่างหากคือกฎของข้า”
เห็นสีหน้าของทั้งสองคนดูโหดเหี้ยมยิ่งขึ้น แม้เจ้าใหญ่จะตัวสูงใหญ่ แต่ในใจก็ยังรู้สึกสั่นกลัวอย่างอดไม่ได้
“พวกเจ้าคิดจะทำอย่างไร” เจ้าใหญ่ถาม
“คิดจะทำอย่างไร แน่นอนว่าต้องการเงิน ส่งเงินออกมาเสียดีๆ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว หากไม