็อยากข่วนหน้าคนอื่นเลยหรือ บนโลกนี้มีคนที่หน้าตาสะสวยกว่านางถมไป แล้วอย่างไร นางจะข่วนให้หมดเลยหรืออย่างไรกัน
เมื่อเห็นว่าจู่ๆ ไป๋จื่อก็หัวเราะขึ้น จ้าวหลานจึงอดถามไม่ได้ “เจ้าหัวเราะอะไร”
“ข้ากำลังหัวเราะว่าใครในอนาคตจะโชคร้าย ได้แต่งผู้หญิงอย่างไป๋เจินจูเป็นภรรยา วันนั้นจะต้องยอดเยี่ยมมากแน่นอน” นางรู้สึกปีตินัก ในยุคนี้ไม่มีโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือทั้งนั้น หากจะหาความบันเทิง ล้วนต้องอาศัยจินตนาการของตนเอง
จ้าวหลานก็หัวเราะอยู่ระลอกหนึ่งเช่นกัน ก่อนที่จู่ๆ จะพูดว่า “เอาล่ะ อย่าคิดเรื่องไม่มีประโยชน์เหล่านี้แล้ว เจ้าไม่ใช่พูดว่าต้องการแยกบ้านกับพวกเขาหรือ ท่าทางเช่นนี้ของพวกเขา เกรงว่าจะไม่ปล่อยพวกเราไปโดยง่าย ต้องรีบคิดหาหนทาง”
ไป๋จื่อทำสีหน้าลำพองใจ กล่าวพลางยิ้มกริ่ม “ข้ามีหนทางแล้ว รอดูเถิดเจ้าค่ะ ถึงตอนนั้นพวกเขาต้องอยากให้พวกเราแยกบ้านใจจะขาด ไม่มีทางบังคับพวกเราให้อยู่ต่อแน่”
ครั้นเห็นบุตรสาวมั่นใจในตนเองเต็มเปี่ยม จ้าวหลานก็นับว่าวางใจลงไม่น้อย บัดนี้บุตรสาวเป็นเสาหลักของนาง บุตรสาวบอกว่ามีหนทาง เช่นนั้นย่อมมีหนทาง
“ต้องการให้ข้าทำอะไร” จ้าวหลานถาม
เด็กสาวพลันยิ้ม “ท่านไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น พักผ่อนอยู่ที่บ้านดีๆ คิดเสียว่าตนเองเป็นอัมพาต ใช้ชีวิตแบบเสื้อผ้ามาก็ยื่นมือรับ ข้าวมาก็อ้าปากกินสักพักเถิดเจ้าค่ะ”
จ้าวหลานตาเป็นประกาย นางเข้าใจในทันที ยิ้มพร้อมกับกล