“ที่แท้ก็มาเพื่อพลังแห่งการคืนชีพ เจ้าช่างโง่เขลายิ่งนักที่มาที่นี่”เสียงลึกลับนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามเจียงฉางเซิงนั่งอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคามือซ้ายค้ำแก้ม มือขวาประคองเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชา “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมออกมา เช่นนั้นข้าก็จะเชิญเจ้าออกมาเอง”เมื่อสิ้นคำพูด ปราณกำเนิดเทพอนธการพลันแปรเปลี่ยนเป็นแส้พุ่งไปที่ขอบฟ้า กวาดล้างความว่างเปล่ามืดมิดสลายหมอกหนาทึบ เงาร่างหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในเงามืดถูกกระชากออกมาเขาเป็นบุรุษผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เท้าเปล่า เสื้อคลุมขาด ผิวพรรณเป็นสีเทาหม่น ดูคล้ายกับภูตผี แขนและขาเหมือนถูกโซ่เหล็กเลือนรางพันธนาการไว้ ตอนนี้เขากำลังมองเจียงฉางเซิงด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ“เจ้าเป็นใครกันแน่” บุรุษเท้าเปล่าตะคอกด้วยความโกรธจัดเฒ่าลี้ลับลิขิตสวรรค์เห็นเขาก็ทำตาโต เขารู้สึกเหมือนจะรู้จักอีกฝ่าย แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใครตราหยินหยางเบิกมรรคาลอยขึ้นมาข้างหลังบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา ก่อนจะขยายใหญ่อย่างรวดเร็วจนบดบังไปครึ่งความว่างเปล่า แผ่กลิ่นอายพลังอันไร้ขอบเขตออกมายิ่งเจียงฉางเซิงแข็งแกร่งขึ้น อานุภาพของอภินิหารและสมบัติอาคมก็