ยิ่งไปกว่านั้นฝ่ายตรงข้ามก็เป็นลูกพี่ลูกน้องเธอ เขาจึงจำเป็นต้องรักษาระยะห่างให้มากที่สุด
“นายจงใจ?” เธอยิ้ม ก่อนจะขยับไปพิงเขา
จิ่งเป่ยเฉินมีความสุขมากที่อันโหรวขยับมาพิงที่ตัวเขาและแนบชิดติดกับเขา แต่ว่าที่เธอถามเขาก็อธิบายออกมาไม่ได้
“ฉันเปล่า ฉันก็แค่เลือกชุดเจ้าสาวอย่างจริงจัง ในชีวิตนี้มีแค่ครั้งเดียว ฉันเลยต้องจริงจังหน่อย” เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่ยุ่งเหยิงของเธอ เพราะงั้นเรื่องการตัดสินใจนั้นจึงเป็นเขาที่ทำมัน
“โอเค ๆ นายจริงจัง จริงจังเอามาก ๆ เป็นฉันไม่ได้จริงจังเลย พอใจหรือยัง!” เธอบอกเพียงแค่นั้น
“โหรวโหรว เธอโกรธเหรอ?” เขาโอบเธอไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหน ก่อนจะก้มลงมองเธอ
“งั้นนายบอกมาสิว่าฉันโกรธเรื่องอะไร?” เมื่อก่อนเธอไม่ใช่คนที่โกรธอะไรง่าย ๆ หรือเป็นคนที่ขี้หึง
ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างจิ่งเป่ยเฉินและอันหยาพั่นก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรตั้งแต่แรก อันหยาพั่นเรียก เขาก็แค่ตอบรับเป็นพิธี ความจริงแล้วเธอไม่ควรจะโกรธ
“ไม่ยอมให้เธอเป็นคนเลือกชุดแต่งงาน?” ใบหน้าของจิ่งเป่ยเฉินนั้นดูจริงจังขึ้นมาทันที