“พี่สะใภ้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” ฉีเซิ่งเทียนหันหน้าไปมองจิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก สีหน้าและแววตาของเขายังทำดูเหมือนเย็นชา นักข่าวถามมากขนาดนี้ สงสัยเขาคงขี้เกียจที่จะเอ่ยปากพูดแล้ว
“ตรวจสอบที ผู้เสียชีวิตเป็นครอบครัวไหน พวกเขาทำเกินไปแล้ว!” อันโหรวมองไปที่ผู้คนสองสามคนก่อนจะเอ่ยปากตะโกนด่าใส่พวกเขา เธอแทบจะทนไม่ไหว คิดอยากจะไปดึงตัวจิ่งเป่ยเฉินออกมาจากกลุ่มคนเหล่านั้น
ในฐานะที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน เขาทำได้ดีจริง ๆ ทำตัวเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลยสักนิด ไม่ว่าพวกเขาจะด่ายังไงก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักครั้ง
“พี่สะใภ้ฉลาดมากจริง ๆ ออกไปกับพี่เฉินได้เลย!” ฉีเซิ่งเทียนยิ้มขึ้น หลังพูดจบก็วางสายไป
เธอยังไม่เคยเห็นจิ่งเป่ยเฉินเอ่ยปากพูดเลยสักครั้ง!
แน่นอนว่าเห็นทีจะต้องไปสถานที่เกิดเหตุ เพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้สักนิด
อันโหรวเริ่มรู้สึกกังวลเล็กน้อย และเมื่อมองดูทีวีสักพักก็ไม่เห็นเงาของจิ่งเป่ยเฉินอีกเลย เธอจึงเริ่มรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้น ก่อนจะปิดทีวีทันที
นักข่าวพวกนั้นไปถึงสถานที่ได้เร็วมาก แสดงว่าต้องได้รับแจ้งมาก่อนหน้านั้นแล้วแน่ ๆ เจตนาพวกนี้ชัดเจนเกินไปจริง ๆ