“คอของเธอเป็นอะไร?” เธอรู้สึกสงสัยว่าเธอทำได้อย่างไร ดูเหมือนเธอไม่ได้ใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงเลยแม้แต่น้อย
อันโหรวหัวเราะเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
“หากเธอรู้เรื่องตระกูลอันเมื่อห้าปีก่อน เธอก็ยังมีหนทางรอดอยู่ จะไปจากที่นี่หรือเปล่า ไม่เช่นนั้น?” เธอก้มหน้าลงมองบนโต๊ะอย่างจริงจัง “เธอคิดว่าเธอชอบการลงโทษแบบไหนดี?”
“ฉันไม่เคยทำเรื่องนองเลือดแบบนี้มาก่อน อาจทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ฉันจะต้องพยายามทำมันให้ดีที่สุดเพื่อตอบสนองความปรารถนาของเธอ ถ้าหากไม่ได้ละก็ คนรอบข้างก็ยังพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง!” อันโหรวเงยหน้าขึ้นมองเหลียวเว่ย ดวงตาสีเข้มสนิทราวกับตอนกลางคืนจ้องไปที่เธออย่างไม่ละสายตา
“เธออยากรู้อะไร?” เหลียวเว่ยตอบกลับอย่างเบา ๆ
อันโหรวยิ้มมุมปาก ดูแล้วเหมือนเธอจะยังไม่รู้เรื่องอะไร ตระกูลเหลียวก็ล้มละลายไปแบบนั้น จิ่งเป่ยเฉินเองก็ไม่ได้พูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตระกูลอัน ดูแล้วตระกูลเหลียวกับเรื่องในอดีตคงจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันสักเท่าไร
ที่เฉาลี่ฟางให้โอวหยางลี่ขอเหลียวเว่ยแต่งงานก็เพราะอยากจะกีดกันโอวหยางลี่ออกห่างจากเธอ ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับคนในตระกูลอันอีก
ความนึกคิดของเธอช่างน่าสมเพชเสียจริง
อันโหรวเงยหน้าขึ้นมองฉีเซิงเทียนพร้อมยื่นมือออกไป “มีด!”
“แอปเปิลของฉันยัง…….” เขายื่นมีดในมือให้กับมือเธอ พร้อมมองลูกแอปเปิลที่เพิ่งปอกไปได้ครึ่งลูก