แทบจะไม่ช่วยเหลือเหลียวเว่ยเลยนะ อีกไม่นานสกุลเหลียวก็คงจะกลายเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมือง A แน่ ๆ!”
“อืม” เธอตอบกลับอย่างเรียบเฉย ก่อนที่คิดจะไปหาจิ่งเป่ยเฉินสักรอบ
เมื่อเธอไปถึงห้องทำงานของเขา ตอนนี้เขายังคงจ้องมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า เธอหัวเราะขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะพูดว่า “เล่นเกมอีกแล้วเหรอ?”
“ศัตรูอ่อนแอเกินไป ไม่น่าสนใจเลย น่าเบื่อมาก!” เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะมองไปที่เธอที่กำลังเดินเข้ามา “เป็นหลินจือเซี๋ยวหรือฉีเซิงเทียน? มีเรื่องเยอะขนาดนั้นเลย?”
“หรือว่านายคิดว่าเรื่องใหญ่แบบนี้จะปิดบังฉันได้งั้นเหรอ? จะจัดการอย่างเงียบ ๆ โดยที่ฉันไม่รู้?” เธอวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าเขา ก่อนจะพลิกไปหน้าที่ต้องเขาเซ็นชื่อ “ไม่สามารถให้นายลงมือได้จริง ๆ ไวเกินไปจนไม่รู้สึกถึงความสำเร็จ”
“เธออยากเล่นช้า ๆ ? ก็ไม่น่าใช่นะ……”
“ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้” เธอพูดตัดบทเขาพลางชี้นิ้วไปยังที่ว่าง “ตระกูลเหลียวไม่สำคัญ ฉันไม่จำเป็นต้องมาสนใจ ตามที่เธอพูด เธอจงใจดึงฉันลงไป แถมยังแย่งคู่หมั้นฉันไปอีก ความแค้นนี้ต้องเอาคืนให้สาสม!”
“ถ้างั้นก็ทิ้งมันไว้สักวันเถอะ คิดซะว่าเป็น…..” เขาหยิบปากกามา ก่อนจะลูบไปที่หลังมือของเธอ “ขอบคุณที่พวกเธอไม่ได้แต่งงานกัน”
“เหลียวเว่ยจะต้องเกลียดนายจนตายแน่ ๆ!” เธอดึงมือกลับก่อนจะไพล่ไปด้านหลังเพราะเริ่มรู้สึกคัน
จิ่งเป่ยเฉินเซ็นสัญญาลงนาม ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น