เธออีกรอบ
ครั้งนี้เธอไม่รู้สึกเกรงใจแต่อย่างใด
หลังจากที่กินเสร็จเธอก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นอีกครั้ง “ฉันก็แค่ผ่านหนทางชักดาบช่วยเหลือเท่านั้น[1] อีกอย่างหินที่จมลงทะเล[2]ไปแล้ว ไม่มีอะไรที่สามารถจะช่วยได้ทั้งนั้น แค่นี้ก็ถือว่าฉันกลายเป็นคนขี้บ่นแล้วนะ!”
จิ่งเป่ยเฉินยื่นผลไม้ให้เธออีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะใช้สายตาจ้องมองไปยังหน้าจอและพูดอย่างเฉยเมยว่า “ไม่ใช่โอวหยางลี่หรอก หรือจะเป็นเฉาลี่เฟย เธอกำลังยุ่งอยู่กับวันเกิด คงไม่น่าหรอกมั้ง”
“คงไม่มีทางเป็นคนของตระกูลโอวหยาง เหมือนศัตรูจะมุ่งเป้ามาที่นายเสียมากกว่า เจาะจงเฉพาะนาย…” เธอมองข่าวที่อยู่ตรงหน้าอย่างตั้งใจ ก่อนจะคิดและดูว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง
“ก็อาจจะ…” แต่มองดูแล้วยังไงก็คิดไม่ออกว่าเป็นใคร
ถ้าหากเป้าหมายเป็นเขาจริง ๆ ละก็ ฮั่วตงคนนี้ก็คงเป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น
โดยไม่รู้ตัวอันโหรวก็เผลอกินผลไม้ทั้งจานจนหมด ก่อนจะมองหาเก้าอี้เพื่อนั่งลง
“อันที่จริงฉันรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือของโอวหยางลี่ หลายปีนี้แม้จะมีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีความกล้าแบบนี้มาก่อน และตอนนี้เขาก็ไม่จำเป็นที่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ เขาควรที่จะหาเหตุผลที่ดีกว่านี้ในการลงมือทำ” เธอพูดแบบไม่มีหลักฐานใด ๆ เพียงแค่คาดเดาทั้งสิ้น
จิ่งเป่ยเฉินเลื่อนเมาส์ลงไป แต่โทรศัพท์ที่อยู่ในมือกลับดังขึ้นอีกครั้ง เขาจึงยกขึ้นมารับ “ว่า?”
อันโหรวมองเขาอย่า