อันโหรวเองที่ได้เห็นก็พลอยมีความสุขและสนุกไปด้วย การลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์แต่เดิมทีก็เป็นแผนที่ดีอยู่แล้ว แต่คำพูดเมื่อครู่ของฉีเซิงเทียนนั้นเห็นได้ชัดว่าเขาจงใจทำให้เป็นแบบนั้นเอง
ช่างเป็นพี่น้องที่ดีกันจริง ๆ ทำไมถึงกล้าหยอกล้อจิ่งเป่ยเฉินเล่นขนาดนี้ได้ ไม่กลัวจิ่งเป่ยเฉินโกรธอย่างนั้นเหรอ ฉีเซิงเทียนที่กล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้ออกมาก็น่าจะพอมีเหตุผลพอสมควรอยู่นะ
ภายใต้การควบคุมของเหล่าพิธีกร บรรยากาศที่อยู่ภายในห้องโถงก็ได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง จากนั้นจิ่งเป่ยเฉินจึงค่อย ๆ หยิบไมโครโฟนขึ้นมาอย่างสบาย ๆ และเอ่ยไปว่า “พวกเขาบอกย่อมไม่มีประโยชน์สำหรับผม แต่เธอพูดแล้วย่อมมีประโยชน์อย่างแน่นอน”
อันโหรวมองไปยังจิ่งเป่ยเฉินที่หันหน้ามองมาที่เธอ เธอรู้สึกอยากจะต่อยเข้าไปตรงจมูกของเขาเสียจริง ๆ แสงแฟลชไม่ช้าก็กลายเป็นสาดส่องมาที่ตัวของเธอ ภายในห้องโถงเริ่มมีเสียงกระซิบกระซาบที่ดังมากขึ้นเรื่อย ๆ
“นี่มัน…หรือว่าจะเป็นผู้หญิงที่ประธานจิ่งตามจีบ?”
“ที่จริงแล้วรูปร่างก็ดีพอสมควรเลยนี่!”
[1] สิ่งใดที่เป็นความลับ เวลาพูดออกไปก็ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะอาจจะมีผู้อื่นได้ยินและนำไปเปิดเผย