ูของเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเห็นฉีเซิงเทียนกำลังเดินเข้ามาข้างใน
ฉีเซิงเทียนมองเห็นการเคลื่อนไหวของเธอ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้องทำงานที่ไม่ได้ใหญ่และไม่ได้เล็ก แต่กลับอยู่ข้าง ๆ ห้องทำงานของเขา และพูดขึ้นว่า “หลินจือเซี๋ยว เธอทำอะไรอยู่?”
เมื่อครู่เขาเพิ่งจะถูกจิ่งเป่ยเฉินผลักไสออกมา ทั้งยังต้องเดินลงบันไดไปตั้งหนึ่งรอบ สุดท้ายก็พบเห็นว่ามีคนอยู่ที่นี่ด้วย
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงแวะเข้ามาดูเสียหน่อย คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหลินจือเซี๋ยวที่กำลังส่งข้อความตอบกลับพร้อมกับใส่อารมณ์ไปแบบนั้น!
เธอมองเขาก่อนจะก้มหน้าลง พลางตอบกลับพร้อมกับหยิบของบางอย่าง “ทำงาน”
เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่ แน่นอนว่าเขารู้ว่าเธอทำงานอยู่ จึงเอ่ยไปว่า “หลินจือเซี๋ยว เธอที่ลางานได้ไม่กี่วัน ใครสอนให้เธอเรียนรู้พูดคำสั้น ๆ พวกนี้กัน?”
“ก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ผู้จัดการฉีอย่างคุณหรอก” เธอแค่ไม่เคยงานยุ่งมาก ๆ หลังจากที่เธอเพิ่งกลับมาจากการพักผ่อนไม่กี่วัน
รู้สึกไม่สบายเล็กน้อยเท่านั้นเอง
ฉีเซิงเทียนหัวเราะเบา ๆ “เธอกับอันอีหานดูเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ สามีเก่าของเธอคือใครกัน?”
เขารู้สึกว่าต้องตรวจสอบแทนพี่ชายของเขาให้ชัดเจน รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งต้องชนะร้อยครั้ง
หากอดีตสามีเสียชีวิตจะได้เตรียมความพร้อมด้านจิตใจหรือกำจัดคู่แข่งที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า
หลินจือเซี๋ยวหยิบแก้วน้ำขึ้นมาและมองไปที่ฉีเซิงเทียน “ฉันไม่ทราบ