“พ่ออยู่ไหน?” เขาถามออกมาอย่างโต้ง ๆ
ภายในห้องนั่งเล่นกลับไม่มีใครสักคน ทันใดนั้นเองความคิดของเขาก็ผุดอะไรบางอย่างขึ้นมา ที่แท้พวกเขาก็หลอกให้เขากลับมานี่เอง
และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อซูรั่วหยาได้ยินคำพูดของเขาก็แอบสะดุ้งตกใจ ก่อนจะรีบตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “ลูกเฉิน พ่อเขากลับมาแล้ว และก็ออกไปแล้ว”
เขายิ้มอย่างเย็นชา ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาและเงยหน้าขึ้นมองแม่ของตน “จริงเหรอ? กลับไปไวจัง”
ถังซือเถียนเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้ามาใกล้ ๆ และพูดด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ทันที “พี่เฉิน คุณลุงเขา…….”
“เรื่องบ้านของเรา ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คนนอกอย่างเธอจะเข้ามายุ่งได้?” เขาไม่ได้ถือโทษซูรั่วหยาหรอก เพราะอย่างไรเสียเธอก็เป็นแม่ของเขา แต่ถังซือเถียนนั้นไม่มีข้อยกเว้น
อีกอย่างบางทีความคิดพวกนี้ไม่น่าจะใช่ซูรั่วหยาเป็นคนคิด อาจจะเป็นถังซือเถียนด้วยซ้ำไป
ถังซือเถียนที่ได้ยินคำพูดของเขา เปลือกตาของเธอก็ค่อย ๆ หลับลง ลูกสะใภ้ตัวน้อยที่ดูน่าสงสาร
“เฉินเอ๋อร์ เรื่องพ่อค่อยว่ากันทีหลังเถอะ ลูกกลับมาแบบนี้ แม่ให้ป้าจางทำอาหารที่ลูกชอบที่สุดไว้แล้ว พวกเราไปกินข้าวกันก่อนนะ” ซูรั่วหยาเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว
เธอรู้ว่าวิธีแบบนี้ไม่ได้ผลหรอก ถ้าหากจิ่งเป่ยเฉินฟังคำพูดของเธอละก็ ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เขาคงแต่งงานไปแล้ว
แต่การที่จะให้เขาเป็นพ่อคนอื่น เป็นพ่อเลี้ยงแบบนี้ เรื่องนี้ที่อยู่ในใจเธอมันทำให้เธอรู้สึกหดหู่ไม่ใช่น