งซือเถียนก็ไม่รอช้ารีบซักถามเธอทันที “เธอมีข่าวอะไรกันแน่? อะไรที่ประโยชน์ก็พูดมาซะ!”
“หรือว่าเธอไม่รู้สึกว่าอันอีหานกับเธอเหมือนกัน?” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ดูจากท่าทางของถังซือเถียนแล้วคงไม่ได้คิดไปในทางนั้นแน่ ๆ
“ยัยนั่นเป็นแค่ผู้หญิงที่ขี้เหร่และแก่จะมาเหมือนคนที่ฉันรู้จักได้ยังไง” ถังซือเถียนพูดอย่างไม่พอใจ สีหน้าไม่พอใจปรากฏขึ้นมาให้เหลียวเว่ยเห็นอย่างชัดเจน เพราะเธอรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้พูดชัดเจนก็พูดได้ แต่กลับมาทำตัวลึกลับเสียอย่างนั้น
เหลียวเว่ยเมินเฉยต่อความไม่พอใจของเธอ ก่อนจะส่ายหน้าและเผยรอยยิ้มบาง ๆ “ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นเหมือนอันโหรวมาก โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น”
เธอที่มักสวมแว่นตากรอบทองแบบเก่า ๆ แต่ดวงตาที่สาดส่องทะลุเลนส์โปร่งใสออกมากลับดูคล้ายกับอันโหรวมาก ถ้าไม่ใช่เธอ โอวหยางลี่คงไม่คิดจะมองตาเธอแบบนั้นหรอก นี่เขามองราวกับสูญเสียจิตวิญญาณไปเลยด้วยซ้ำ
“อันโหรว?” ถังซือเถียนเอ่ยเสียงดัง ก่อนจะคิดถึงชื่อที่หายไปนานสักพักหนึ่งแล้ว และพูดต่อ “เป็นไปไม่ได้หรอก พวกเขาทั้งสองคนดูยังไงก็ไม่เหมือนกัน จะมาเป็นคนคนเดียวได้ยังไง เธอหลอกฉันแบบนี้สนุกมากเหรอ?”
“เธอก็รู้ว่าฉันไม่กล้ามาหลอกเธอหรอก ไม่จำเป็นขนาดนั้นด้วย แล้วทำไมเธอไม่เชื่อหน่อยล่ะ?” ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีหลักฐานอะไรก็ตาม แต่สัญชาตญาณผู้หญิงของเธอนั้นแม่นยำมาก
เธอเชื่อว่าสัญชาตญาณของเธอไม่ผิดพลาดแน่ ๆ
ถังซือเถียนรู้สึกตัวเอง