่อว่าจิ่งเป่ยเฉินจะรับมือกับมันได้เป็นอย่างดี
ทันใดนั้นก็มีเสียงปังเบา ๆ ตรงหน้า เขาวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธอ “ในเมื่อคืนนี้ไม่ได้ทำงาน งั้นเลขาอันถือโอกาสไปด้วยกันเลยเป็นยังไง?”
“ประธานจิ่ง นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ ไม่ได้อยู่ในขอบเขตหน้าที่ของฉัน ฉันไม่ไป!” เธอไม่ได้โง่นะ เธอมั่นใจว่าเธอไปกับเขาต้องถูกเขาใช้เป็นเกราะกำบังแน่
“ไปเถอะ ไปลองดู!” ซูรั่วหยาเป็นคนฉลาด เธอรู้ว่าถ้าเลขาไม่ยอมตามเขาไป จิ่งเป่ยเฉินไม่มีทางไปแน่นอน
แทนที่จะให้เขาบอกปัดไม่ไปคืนนี้ มันคงจะดีกว่าถ้าเธอลงมือก่อนโดยให้เลขาดูแลเขา
“ไป ต้องไป ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อนนะคะ!” เธอออกไปโทรศัพท์หาหลินจือเซี๋ยว แต่เธอมองออกว่ามันไม่จบในคืนนี้แน่
จิ่งเป่ยเฉินมองเธอที่เดินออกไปและเลิกคิ้วขึ้น ไม่คิดว่าจะวิ่งออกไปเร็วขนาดนั้น
มีความสุขที่ได้ไปดูเขานัดบอดหรือไง?
“เลขาของลูกดูดีนะ แต่ดูไม่ค่อยแต่งตัว เหมือนจะไม่ค่อยรู้วิธีดูแลตัวเอง” ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง ซูรั่วหยาก็พูดกับจิ่งเป่ยเฉินไม่กี่ประโยค
เธอไม่แต่งตัวตรงไหน เธอแต่งตัวเก่งเกินไปต่างหาก ไม่งั้นเขาคงจะจำเธอได้ตั้งแต่แรกแล้ว!
“ให้เสี่ยวหยางไปส่งแม่ไหม?”
“ไม่ต้อง แม่จะไปซื้อของต่อ” เธอยืนยันว่าจิ่งเป่ยเฉินจะไปนัดบอด เธอรู้สึกว่าความปรารถนาของเธอนั้นเป็นจริงแล้วในรอบหลายปี
เหมือนเธอจะมีลางสังหรณ์ว่าในเร็ว ๆ นี้จิ่งเป่ยเฉินจะแต่งงานและมีลูก เธอจะไ