อเหลาของเขาก็เอ่ยคำพูดที่เย็นเฉียบขึ้นว่า “เธอจะทนปล่อยให้เจ้าบ่าวอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่าอย่างนั้นเหรอ?”
“ฉันทนได้ ถึงยังไงนายก็ไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่แล้ว ฉันเองก็อยู่คนเดียว ฉันก็อยู่เป็นเพื่อนคนเดียวนายไง นายไม่ใช่คนเดียวแล้วนะ” เธอมองไปที่ประตูที่ค่อย ๆ ถูกเปิดออก
“งั้นพวกเราก็คิดเหมือนกัน พวกเราถือว่าเป็นคู่หูที่ใช้ได้” เขาอุ้มเธอออกจากประตู หลังจากนั้นก็ใช้เท้าขวาดันไปที่ประตูเพื่อให้มันปิดลง
“ออกกำลังกายก็พอประมาณนะ รู้ใช่ไหม? นี่ฉันคิดเพื่อร่างกายนายเลยนะ!” ถึงแม้ว่าเธอจะออกจากประตูแล้ว แต่เธอก็ยังคงดิ้นรนจนถึงที่สุด
เสี่ยวหยางเปิดประตูรถ ทั้งสองคนก็ได้เข้าไปนั่งข้างในอย่างรวดเร็ว เธอมองภาพที่อยู่ด้านนอก หัวใจก็ค่อย ๆ สงบนิ่งลง เหมือนว่าใจเธอไม่อยากออกไปเลยจริง ๆ
จิ่งเป่ยเฉินมองเธอนิ่ง ๆ ทันใดนั้นก็ดึงมือของเธอมากุมไว้และพูดว่า “พวกเราไปเดินเล่นที่ริมทะเลละกัน เดี๋ยวจะมาส่งเธอกลับ”
อันโหรวมองไปที่มือที่กุมอยู่บนมือของตัวเอง ก่อนจะค่อย ๆ วางใจลงและบอกไปว่า “นั่นสิ ตั้งแต่ที่ฉันกลับมาก็ไม่เคยไปดูทะเลเลย ไม่รู้ว่ามันจะสวยหรือเปล่า?”
จิ่งเป่ยเฉินมองหน้าเธอเงียบ ๆ และบอกไปว่า “แน่นอนเธอต้องสวยอยู่แล้ว”
“ฉันหมายถึงทะเล!”
“หรือว่าที่ฉันพูดไปไม่เทียบเท่าทะเลอย่างนั้นเหรอ?”
อันโหรวอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มและบอกไปว่า “ดูเหมือนคำตอบของนายจะไม่ใช่สิ่งที่ถามเลยนะ”
“ไม่น่ารักสักนิด