ย่างใด
ใบหน้าของเธอค่อย ๆ เขยิบใกล้เขาเข้าไปเรื่อย ๆ เธอรู้สึกได้ถึงใบหน้าและหูที่เริ่มรู้สึกร้อนและแดงขึ้น ก่อนจะเริ่มหายใจติดขัด เขายังคงทำท่าโน้มตัวเข้ามาไม่หยุด เข้าไปใกล้ ๆ ที่หูของเธอและพูดขึ้น “โหรวโหรว เธอซ่อนตัวนานแบบนี้ คิดจะชดเชยให้ฉันยังไงดี? ฉันรอเธอมาตั้งห้าปีแล้วนะ”
“นายปล่อยฉันนะ!” เธอรู้สึกว่าหลังจากนี้ผู้ชายคนนี้คงต้องทำให้เธอจบชีวิตแน่ ๆ มันน่าอึดอัดจริง ๆ ทำอะไรก็ไม่ได้
“ไม่ปล่อย ครั้งนี้ฉันจะไม่ปล่อยเธอจนกว่าฉันจะตาย จำไว้นะ เธอเป็นของฉัน จิ่งเป่ยเฉินคนนี้!” เขาเอียงศีรษะด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะกัดเข้าไปที่ติ่งหูของเธออย่างแรง
“อา…….”
เธอกรีดร้องออกมา ก่อนจะลืมตาขึ้นท่ามกลางห้องที่มืดมิด เธอรู้สึกตัวว่านั่นเป็นแค่ความฝัน ก่อนจะถอนหายใจออกมายาว ๆ ด้วยความโล่งอก
โชคดีที่เป็นแค่ความฝัน
แต่ความเป็นจริง จิ่งเป่ยเฉินคงไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอกใช่ไหม?
ดูเหมือนคืนนี้น่าจะอีกยาวไกล แต่เธอไม่กล้านอนหลับ เพราะกลัวว่าหากเธอนอนแล้วจะฝันต่อจากเมื่อครู่นี้อีก
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เก็บข้าวของและทำความสะอาดห้องนั่งเล่นแล้วก็เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงพอดี เธอรู้สึกเหนื่อยมาก จึงนั่งลงบนโซฟาไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
หยางหยางที่เดินออกจากห้องหนังสือ เขาเดินมาอยู่ตรงน่องของเธอ “แม่จ๋า เมื่อวานแม่กับลุงถังมีอะไรคืบหน้ากันบ้างหรือเปล่า?”
“หยางหยาง แม่จ๋ากับคุณลุงไปด้วยกันไม่ได้หรอก รู้ใช่ไหม?” เธอลูบผมส