ความว่ายังไงที่เขาไม่สบาย หรือตอนที่เขาไม่สบายก็ไม่บอกคนอื่น อดทนอยู่เงียบ ๆ แบบนั้นเหรอ?
เธอวางถ้วยชาลงด้วยมือสองข้างอย่างเหมาะสม สายตาจ้องมองไปที่ใบหน้าบึ้งตึงของเขา คิดว่าเขาคงไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไร!
ดูแล้วเขาก็ไม่เหมือนคนป่วยหนักสักเท่าไร เต็มไปด้วยพลัง ท่าทางก็ดูกระปรี้กระเปร่าและมีชีวิตชีวา
“ไม่ไป ผมไม่ว่าง” จิ่งเป่ยเฉินวางสายโทรศัพท์ ก่อนจะเงยหน้ามองอันโหรวที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
เขาเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชา พลางถามอย่างเบา ๆ ว่า “งานคุณไม่ยุ่งเหรอ?”
“ยุ่งมากค่ะ!” เธอรีบหันหลังกลับและเดินออกไป แต่หลังจากที่เธอเดินไปได้สองก้าว เธอก็ถอยกลับมาอีกครั้ง
จิ่งเป่ยเฉินถือถ้วยชาและค่อย ๆ เป่าควันร้อนจากชา ควันที่ลอยขึ้นมาจาง ๆ ทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้าของเขาเบลอและขมุกขมัว มองคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ชัด
เหมือนว่าคนที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่ใบหน้าของอันอีหาน แต่เป็นใบหน้าที่มีเสน่ห์และรอยยิ้มที่สวยงามของอันโหรว
ถ้วยชาที่ยกขึ้นมาร้อนลวกมือของเขา เขาจึงถือโอกาสวางถ้วยชาลง และมองไปที่เธอ “มีเรื่องอะไรก็ว่ามา อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ได้ เป็นใบ้หรือยังไง?”
ให้ตายเถอะ เป็นห่วงเขาก็ผิดด้วยเหรอ?
“ประธานจิ่งคะ สุภาษิตเขาว่าสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณรู้สึกร่างกายไม่สบายก็รีบไปหาหมอเถอะค่ะ!” เธอแนะนำเขาด้วยเสียงเบา ๆ
จากที่ได้ยินที่เขาตอบกลับเมื่อครู่ เหมือนว่าเขาไม่อยากไปโรงพยาบาล แม้ว่าเธอจะไม่ชอบ แต่หากป่วยแล้วก็