ยนพาเธอมาที่ห้องของเลขาหลิน ระหว่างที่เธอกำลังวางกล่องและเก็บข้าวของอยู่นั้น จู่ ๆ ฉีเซิงเทียนก็พูดขึ้นว่า “ไปที่ห้องประธานก่อนเถอะ”
“ค่ะ” เธอหันหน้าเดินออกไป แม้คิ้วจะขมวดขึ้น มือจะกำแน่น หนำซ้ำยังกัดฟันด้วยความโกรธก็ตาม
หัวหน้าเลขาของจิ่งเป่ยเฉินไม่เหมือนกับพนักงานในแผนกวางแผนที่มีอิสระเลยแม้แต่น้อย หลินจือเซี๋ยวก็ออกไปทำงานข้างนอก หลังจากนี้เธอจะไปรับหยางหยางกับหน่วนหน่วนยังไงดี?
ที่หน้าประตูสีน้ำตาลแดง ฉีเซิงเทียนก็หายตัวไปแล้ว เมื่อคิดถึงช่วงเวลาดี ๆ กับเขาในห้องรับรองในวันนั้น เธอก็รู้สึกต่อต้านและไม่อยากที่จะเข้าไป
จิ่งเป่ยเฉิน เจ้าหมอนี่ไม่มีทางที่จะกลายมาเป็นคนรักของเธอได้แน่นอน ต่อให้เขาจะกินเนื้อ เธอก็ไม่มีทางยกตัวเองไปเสิร์ฟหรอก
ไม่อย่างนั้นจะต้องมีงานอะไรถึงขนาดต้องให้หลินจือเซี๋ยวออกไปทำแบบนั้นด้วย?
สมรู้ร่วมคิดกันแน่ ๆ!
เธอกำหมัดแน่นอยู่ที่หน้าประตู แม้ใจอยากจะทุบประตู แต่ฉีเซิงเทียนบอกก่อนหน้านั้นว่าอีกเดี๋ยวจะมีประชุมสำคัญเกิดขึ้น อันโหรวต้องมาทำงานก่อน เธอเลยได้แต่จำใจฝืนเคาะประตูเท่านั้น
ไม่ช้าเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น “เข้ามา”
คำง่าย ๆ สองคำที่ทำให้อันโหรวรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นผิดจังหวะ
ไม่นานมานี้เธอดีใจที่จือเซี๋ยวทุก ๆ วันต้องเผชิญหน้ากับจิ่งเป่ยเฉิน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าการแก้แค้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้ เธอกลายเป็นหัวหน้าเลขานุการไปซะแล้ว!!
จิ่งเป่ยเฉิน ฉันเกลีย