แสงเจิดจ้าบดบังสายตา ขณะที่ประสาทสัมผัสของเจียงฉางเซิงพร่ามัวลงเรื่อยๆ ต่อจากนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกเหมือนฟ้าดินกำลังหมุนคว้างเจียงฉางเซิงคุ้นเคยกับความรู้สึกเช่นนี้แล้ว จึงไม่เกิดอาการผิดปกติแต่อย่างใดเวลาผ่านไปราวห้าลมหายใจ ในที่สุดเจียงฉางเซิงก็ลืมตาขึ้น ในใจเขาโอบกอดความคาดหวังไม่ว่าจะเป็นการเทศนาของผู้ใด อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มความรอบรู้ให้เขาสิ่งที่สะท้อนเข้ามาในม่านสายตาของเขาคือทิวเขาที่ทอดยาวสูงต่ำอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม ทะเลเมฆบนท้องฟ้าซ้อนเหลื่อมเป็นชั้น ทำให้ท้องนภาแลดูสูงอย่างยิ่ง“ที่นี่มัน…”เจียงฉางเซิงขมวดคิ้ว เขาเงยหน้ามอง แต่มองไม่เห็นร่างของผู้บำเพ็ญเซียนคนใด บนท้องฟ้ามีวิหคจำนวนหนึ่งกำลังบินเป็นวงเขาทะยานร่างเหาะขึ้นไปด้านบนแล้วพบว่าตนเองเหาะได้ เขายังรู้สึกถึงพลังอาคมของตนเองอีกด้วย ราวกับว่าเขาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างไรอย่างนั้นแต่เมื่อสัมผัสพลังดูอย่างถี่ถ้วน เขากลับจับความผิดปกติของสถานที่แห่งนี้ได้ นั่นก็คือเขาไม่อาจใช้พลังแห่งกรรมกับพลังแห่งสังสารวัฏได้ แล้วยังสัมผัสโลกแห่งมรรคาในดวงวิญญาณไม่ได้อีกด้วยดูท่าเขาจะยังอยู่ในภาพมายา เพียงแต่ภาพมายาหนนี้เหมือนจริงยิ่งกว่าเดิมเจ