เอ่ยถามว่า “ทำไม? ประธานจิ่งทำให้เธอโกรธยังงั้นเหรอ? หรือว่าเธอไปทำอะไรให้ประธานจิ่งโกรธ?”“เวลาทำงานไม่ใช่เวลาพูดเรื่องไร้สาระ” เธอเอ่ยอย่างใจเย็น“หึ ดูเหมือนว่าประธานจิ่งจะรู้แล้วสินะว่าหญิงแก่และขี้เหร่อย่างเธอไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด” ถึงแม้ว่าฉิวซีจะไม่ได้เห็นจิ่งเป่ยเฉินดันอันโหรวเข้ากำแพงด้วยตาของตัวเอง แต่ก็รู้ดีว่าสองคนนี้ขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน“นั่นสิ! ฉันก็คิดว่าควรที่จะเป็นแบบนั้น หัวหน้าทีมฉิวช่วยไปพูดกับประธานจิ่งให้หน่อยได้ไหม?” เธอเงยหน้ามองฉิวซี ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง “บอกให้เขาปล่อยดอกไม้ป่าแก่ ๆ และน่าเกลียดอย่างฉันไปสักที เพื่ออย่างน้อยจะได้ไปชมดอกไม้อื่นในป่าใหญ่บ้าง”ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริง ๆ เธอคงจะมีความสุขมาก ๆ“แต่มันไม่ใช่แบบนั้นนี่สิ!” ฉิวซีเอ่ยก่อนจะหันหลังเดินออกไปอันโหรวเริ่มไม่พอใจที่จิ่งเป่ยเฉินมาวุ่นวายกับเธอแบบนี้? มันจะทำให้เธอจะไปก็ไปไม่ได้เป็นผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริง ๆเมื่อทำงานจนถึงเวลาสี่โมงเย็น เธอก็เตรียมพร้อมที่จะไปยังโรงเรียนอนุบาล เพียงแต่ว่าวันนี้ลืมไปว่าหยางหยางและหน่วนหน่วนไม่ได้ไปโรงเรียนสุดท้ายเธอจึงนั่งทำงานต่อ เพราะโฆษณาใกล้จะปล่อยแล้ว แม้จะถ่ายภาพเสร็จแล้ว แต่ยังไงก็ต้องเตรียมการประชาสัมพันธ์ในเบื้องต้นอยู่ดีเมื่อคิดถึงจุดนี้ เธอจึงโทรศัพท์ไปหาเหอเฉ่า ระหว่างรอสายก็ถือแก้วไปกดน้ำที่ตู้กระทั่งปลายสายกดรับและเอ่ยขึ้นว่า “คุณอัน มีอะไรเหรอคะ?”อันโ