หน้าจิ่งเป่ยเฉินขับรถออกไปโดยจับจ้องสายตาไปข้างหน้า ก่อนจะเอ่ยปากถามว่า “ชื่อล่ะ?”“โรงเรียนอนุบาลสายรุ้งที่ถนนจื่อเหยียน” เธอไม่ได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลนักแต่ว่าจิ่งเป่ยเฉินรู้อยู่แล้ว เพราะนั่นเป็นโรงเรียนอนุบาลของถังซั่ว เช่นนั้นก็ดี หลังจากนี้ถ้าหากมีเรื่องอะไรก็สามารถให้ถังซั่วช่วยจัดการได้ง่าย ๆอันโหรวที่นั่งอยู่บนเบาะหนังสีน้ำตาลที่แสนนุ่มสบาย กลับรู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเข็ม เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง วิวทิวทัศน์ค่อย ๆ เคลื่อนสับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เธอเอามือผสานกันไว้แน่น เหงื่อเริ่มไหลซึมออกมาทำยังไงดี ทำยังไงดี?ตอนนี้จะให้หลินจื่อเซี๋ยวออกมาช่วยก็สายเกินไปแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อจะส่งข้อความไปให้หยางหยางและหน่วนหน่วนออกจากที่นั่นไปก่อนที่เธอจะไปถึงในไม่ช้าก็คิดได้ว่าที่นั่นเป็นโรงเรียนอนุบาล อาจารย์คงไม่ปล่อยให้เด็กออกไปง่าย ๆ แน่ ถ้าหากไม่มีผู้ปกครองไปรับแต่เมื่อคิดจะลองส่งไปดู เธอก็พบว่าโทรศัพท์กลับเปิดไม่ติด เพราะว่ามันพังไปแล้ว!เธอจ้องมองไปที่โทรศัพท์ที่ตอนนี้พังไปแล้ว ก่อนจะพยายามคิดหาทางแก้ไข“ถ้าอยากจะใช้โทรศัพท์ละก็ ใช้โทรศัพท์ผมก็ได้ แต่มันอยู่ในกระเป๋ากางเกง คุณล้วงมันออกมาสิ” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ย ทันใดนั้นเธอก็รีบเก็บโทรศัพท์ตัวเองลงกระเป๋าทันที วันนี้ดูท่าคงต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วจริง ๆเมื่อเห็นอันโหรวไม่ขยับไหวติงใด ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นว่า “เป็นอะไรไป ไม่ใช้แล้