กไปว่า “นี่คุณอยากจะให้ผมอุ้มออกไปอย่างนั้นเหรอ?” ท่าทีที่จริงจังและแฝงไปด้วยความตลกถูกเอ่ยออกมาปากของอันโหรวขยับขึ้น ก่อนจะเอ่ยออกไปสองประโยค “ไร้ยางอาย”จิ่งเป่ยเฉินพนมมือสองขึ้นมา เขารู้สึกตลกกับเรื่องนี้มาก จึงพูดต่อว่า “ไร้ยางอายขนาดนั้นเลย?”ทันใดนั้นภาพก็แวบเข้ามาในความคิดของเขาทันทีภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเอ่ยประโยคนี้กับเขาแต่ในสายของเธอนั้นมองว่าเขาเป็นเพื่อนหรือน้องชายเท่านั้นอีกทั้งผู้หญิงคนนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้เหตุผล ไม่ว่าเขาจะตามหายังไงก็หาไม่เจอ ราวกับหายไปอย่างสมบูรณ์สำหรับอันอีหานที่อยู่ตรงหน้านั้น ดวงตาของเธอช่างคล้ายกับเธอคนนั้นมาก ทั้งแซ่เองก็เหมือนกันอันโหรวมองดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินที่มองมา มันคล้ายกับทะลุผ่านร่างของเธอไป ราวกับเห็นตัวตนอีกตัวตนหนึ่งของเธอเขากำลังคิดถึงใครอยู่กันนะ?บนชั้นที่สิบแปดของโรงแรมนั่วเทียน ในห้องเพนต์เฮาส์ของเขาเองก็เช่นกัน มีทั้งชุดของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อยู่ด้วยแบบนั้น เป็นไปได้ไหมที่ว่าเขานั้นจะมีภรรยาและลูกอยู่แล้ว?เมื่อคิดไปถึงตรงนั้น อันโหรวก็ได้เอ่ยปากถามขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “ประธานจิ่ง ฉันได้ยินมาจากพนักงานคนอื่น ๆ ว่าคุณยังไม่ได้แต่งงาน แต่ทำไมที่โรงแรมนั่วเทียนวันนั้น คุณถึงได้มีชุดเด็กผู้หญิง?”ดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินพลันเปลี่ยนไป เขากลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ ว่า “แค่ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที”อันโหรวแทบจะสำลัก ฉุกคิ