นัขกินโคลน!
สีหน้าของเขาเขียวคล้ำ ลุกขึ้นมาจากพื้นแล้วจากไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ไม่แม้กระทั่งจะถามว่าเมื่อครู่ผู้ใดลงมือกับเขา
ไม่ว่าเป็นฝีมือของใคร…
ขอเพียงเขาตกหลุมพรางแล้วล้วนทำให้เขารู้สึกขายหน้าทั้งสิ้น!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่กล้าอยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียว เกรงกลัวสายตาเยาะเย้ยของคนเหล่านั้น
“เมื่อครู่สายตาที่ฉินเฟยเอ๋อร์มองข้าราวกับข้าลงมือกับนางอย่างไรอย่างนั้น” เฟิงหรูชิงยักไหล่
“อื้อ ข้าลงมือ”
“…”
นี่จะพูดว่านางรับผิดแทนหนานเสียน?
“ฉินลี่นั่น…”
“เขาไม่เคารพเจ้า”
เมื่อครู่ฉินลี่จงใจละเลยเฟิงหรูชิงหนานเสียนไม่มีทางไม่รู้สึก ดังนั้นเขาเพียงแค่ตักเตือนเท่านั้น
“…”
ไม่รู้เพราะเหตุใดสองประโยคของหนานเสียนนี้ทำให้ใจนางอุ่นวาบ
“ปีศาจจิ้งจอก!”
กู้อีอีกัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความโกรธสายตาเต็มไปด้วยความทุกข์
หนานเสียนเจ้าปีศาจจิ้งจอกนี่จงใจเอาความดีความชอบต่อหน้าเสี่ยวชิง
ไม่ได้ ต่อไปนางจะต้องลงมือก่อนหนานเสียนให้ได้ บางทีคนที่จะได้รับความดีความชอบอาจเปลี่ยนเป็นนาง…
หลังจากคนพวกนั้นจากไปแล้วงานเลี้ยงก็จัดขึ้นตามปกติ ทั้งห้องเงียบไร้เสียง ทุกคนล้วนทานอาหารรสเลิศเพียงคำเล็กๆ ไม่กล้าพูดมากอะไร
มู่ชิงอิ้นยิ้ม