ปีนั้น นางจากไปโดยไม่ร่ำลา
หลายปีมานี้ นางไม่ได้กลับมาเยี่ยมเขาสักครั้งเดียว
“ท่านเจ้าบ้าน” มู่สิงก้าวออกมา สีหน้าเย็นเยียบ “ฮูหยินน้อยไม่รับตระกูลมู่ของเรา ดังนั้นถึงออกจากบ้านไป ทำไมท่านต้องเอาความจริงใจไปแลกกับนางด้วย เพราะอะไรกัน”
“ท่านลุงรองพูดไม่ผิด ท่านเจ้าบ้าน ตระกูลมู่ของเราไม่ใช่ที่ที่ใครอยากมาก็มาอยากไปก็ไปได้!”
“ท่านเจ้าบ้าน ตระกูลมู่มีเฉินชิงเยียนก็มากพอแล้ว ไม่นึกเสียดายซู่อี! แต่คุณชายหนานเสียนมีสายเลือดของตระกูลมู่ ไม่อาจออกไปเร่ร่อนด้านนอก เขาต้องกลับตระกูล!”
“จริงสิ ยังมีอีกนางเด็กนี่มีฐานะอะไรกัน หากฐานะพอใช้ได้อยู่เป็นอนุของคุณชายก็ได้ ถ้าฐานะไม่คู่ควร ไม่มีคุณสมบัติเข้าตระกูลมู่”
“ปีนั้นหนานซู่อีเป็นเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่ง ตามหลักแล้วไม่อาจเข้าจวนได้ จนปัญญาที่ท่านเจ้าบ้านเห็นด้วย พวกข้าถึงไม่อาจพูดมากความ เห็นได้ชัดว่าเป็นคนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน แตกต่างกับคนที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างมาก ดูฮูหยินชิงเยียนสิ ดูแลตระกูลมู่เป็นระเบียบเรียบร้อย หนานซู่อีเหมือนกับหญิงเสียสติ คิดจะไปก็ไปโดยไม่ร่ำลา”
“มีคุณหนูบ้านใดบ้างที่ทำตัวอย่างนางได้ พวกเราไม่รับอนุให้ประมุขน้อยก็นับว่าไม่ผิดต่อนางแ