ไห่หรง!”
เฉียนคุนหน้าเปลี่ยนสี รีบเข้าไปดึงชายเสื้อไต้ซือไห่หรง
ไห่หรงถลึงตาใส่ “มีอะไรพูดมาตรงๆ”
“ชื่อของฮูหยินท่านนี้ก็คือซู่อี…”
“แล้วทำไมกัน”
“ซู่อี ซู่อีแห่งตระกูลมู่!” เฉียนคุนคิดทุบหัวไห่หรงอย่างแรงสักที “ฮูหยินน้อยตระกูลมู่ก็ชื่อซู่อี!”
ไต้ซือไห่หรงตระหนักได้โดยพลัน ตัวแข็งค้างราวก้อนหิน เขาหันหน้าไปทื่อๆ ดวงตาตะลึงงัน “เจ้า…เจ้าชื่อซู่อีหรือ ชื่อซู่อีจริงๆ หรือ”
“ปรมาจารย์ไห่หรง เจ้าพูดเองว่านางเป็นสหายเก่าเจ้า คงไม่ใช่ว่าแม้แต่ชื่อนางก็ไม่รู้หรอกกระมัง” เฉียนคุนหัวเราะเย็นชาเยาะ
ไต้ซือไห่หรงไม่รู้ชื่อของซู่อีจริงๆ นางไม่เคยบอก เขาก็เอาแต่สนใจการแพทย์ไม่เคยถาม
กลับเป็นมู่หลิงที่ประกาศชื่อเสียงตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า
เพราะอะไร…นางถึงเป็นซู่อีเล่า
ฮูหยินน้อยที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลมู่!
ไต้ซือไห่หรงหน้าซีดขาว ร่ายกายเย็นวาบ เป็นความเย็นเยือกชนิดที่แสงแดดอุ่นไม่อาจละลายได้
“ปรมาจารย์ไห่หรง เจ้าคงไม่…” เฉียนคุนตะลึงงันมองหน้าไห่หรง ตาแก่นี่ไม่รู้ชื่อของซู่อีจริงๆ หรือเนี่ย
ไต้ซือไห่หรงกำหมัดตัวสั่น “ปีนั้นข้าติดค้างน้ำใจนาง มู่หลิงพามู่ฮวนมาหาข้า มาทวงบุญคุณครั้งนั้นแทนนาง ดังน