อีอีด้วยความตกใจ
กู้อีอีตีหน้าขรึม มองอันชุ่ยอย่างดูแคลน สีหน้าเย่อยิ่งยโส “เจ้ามีสิทธิ์อะไรคิดว่าท่านพ่อพูดแล้ว หนานเสียนจะรับเจ้าเป็นอนุ”
อันชุ่ยขบริมฝีปาก
แต่เดิมตอนที่นางอาศัยอยู่ใจจวนฝูจู่ ไม่ต้องการให้กู้อีอีช่วยเหลือ ตระกูลมู่ก็รับนางเข้าจวนมาเอง
ตอนนี้ทุกคนต่างรู้ว่านางถูกไล่ออกจากจวนฝูจู่แล้ว ไม่เหลืออะไรอีก ตระกูลมู่มีอำนาจมากมาย เห็นเช่นนี้ก็ไม่ต้องการนางแล้ว
“พี่หญิง ตอนนี้คนที่ช่วยข้าได้มีท่านคนเดียวเท่านั้น” อันชุ่ยร้องไห้น่าสงสาร “ขอร้องล่ะช่วยข้าด้วย ไม่อย่างนั้นข้ากับท่านแม่คงไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้”
กู้อีอีตวัดสายตาเย็นชามองอันชุ่ย “อ้อ อยู่ต่อไปไม่ได้ก็ไปตายเสีย หากเจ้าลงมือไม่ลง ข้าช่วยเจ้าได้”
“….”
อันชุ่ยเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ อย่างไรนางกับกู้อีอีก็มีสายเลือดเดียวกัน ทำไมนางถึงพูดประโยคนี้ออกมาได้
องครักษ์ตระกูลกู้ก้าวออกมาสองก้าว ชักกระบี่ออกมา แววตาคมกริบมองอันชุ่ย
อันชุ่นถอยเท้าไปไม่กี่ก้าวตามสัญชาตญาณ “กู้อีอี เจ้าใจดำถึงเพียงนี้”
“เจ้าบอกว่าเจ้ามีชีวิตต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเป็นน้องสาวข้าจึงช่วยเจ้าเท่านั้นเอง” กู้อีอียิ้มร่าเดินไปข้างๆ อันชุ่ย