าล่วงเลยจนถึงพลบค่ำ
ในลานนอกจากเสียงลมยามค่ำคืนแล้วไม่มีเสียงอื่นอยู่เลย
สายตามู่หลิงจับจ้องอยู่ที่ซู่อี นัยน์ตาของเขาแฝงด้วยความยินดี
ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใดซู่อีรู้สึกว่าความยินดีนี้จอมปลอมเกินไป ทำให้คนขยะแขยง
“นายท่านรองตระกูลมู่ผู้สง่าผ่าเผย ไม่รอให้คนอนุญาตก็บุกรุกเข้ามาในบ้านเรือนประชาชนหรือ?” มุมปากซู่อีมีรอยยิ้มเย็น นางลุกขึ้นยืน
สีหน้าเฟิงหรูชิงนิ่งเรียบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นางลุกขึ้นกุมมือที่เย็นเฉียบของซู่อีเบาๆ
ตั้งแต่แรกเฟิงหรูชิงก็รู้แล้วว่าทันทีที่ซู่อีกลับมาจะต้องถูกตระกูลมู่มาวอแว
และก็เพราะเหตุนี้เองนางจึงไม่อยากให้ซู่อีเข้ามาร่วมกับเรื่องนี้ด้วย
ทว่าท้ายที่สุดแล้วตระกูลมู่ก็ยังมาหา!
“ซู่อี เจ้ากลับมา…เหตุใดจึงไม่บอกสักคำ?” คิ้วมู่หลิงขมวดเล็กน้อย “หากเจ้าบอกสักคำข้าก็จะได้ส่งคนไปรับเจ้า”
ซู่อีเอียงหน้ามองอย่างเรียบนิ่ง “อนุนี่ข้าให้เจ้าเจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ? หากเจ้ายังไม่พอใจข้าก็ไม่ถือสาที่จะให้เจ้าเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย อ้อจริงสิ ข้าลืมไป ตอนนี้เจ้าไม่สามารถทำเรื่องอย่างนั้นได้แล้ว”
สีหน้ามู่หลิงมืดลง เขากำหมัดแน่น “เรื่องนี้เจ้าเป็นคนทำจริงๆ ซู่อี! เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่คนเช่นนี้ เหต