เจียงฉางเซิงสนทนากับบรรพจารย์ยุทธ์นิพพานอยู่เนิ่นนาน แม้จะได้ยินถ้อยคำเปิดอกจริงใจจากอีกฝ่าย แต่เขาก็ยังคงรักษาความเคลือบแคลงใจไว้หากบรรพจารย์ยุทธ์นิพพานเป็นคนที่ยึดถือความยุติธรรมอย่างแท้จริง ก็คงไม่ปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ดูท่าแล้ว การที่เจียงฉางเซิงทำลายน้ำพุเหลืองอนธการลงไปนั้นต่างหากที่เป็นเหตุให้ยุคหมื่นวิถีเริ่มต้นขึ้น ส่วนบรรพจารย์ยุทธ์นิพพานก็เพียงแค่หวาดหวั่นต่อมหันตภัยวิถียุทธ์ จึงจำต้องร่วมมือกับพวกผิดแผกที่วิถียุทธ์เคยมองว่าอันตรายเมื่อกลับถึงเรือนพักชั่วคราวในโลกเทพยุทธ์ เจียงฉางเซิงก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ เขาก็เป็นเพียงร่างแยกเท่านั้นหากมีหายนะหรือสิ่งชั่วร้ายใดมารุกราน ก็ย่อมเป็นบรรพจารย์ยุทธ์นิพพานที่ต้องรับมือเจียงฉางเซิงหลับตาลง เขาในฐานะร่างแยกไม่สามารถฝึกตนได้ สิ่งที่เขาทำได้คือลดการใช้พลังอาคมให้น้อยที่สุดการอยู่นิ่งไม่ขยับ ไม่คิดมาก ก็ถือเป็นการประหยัดพลังอย่างหนึ่งทว่าวันหลังจากนั้น โม่วั่ง บรรพจารย์พุทธอารัมภะบรรพจารย์อธรรมเก้าหยินและผู้สืบทอดมหามรรคาทั้งหลายที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันก็พากันแวะเวียนมาเยี่ยมเจียงฉางเซิง ทำให้เขารู้สึกเหน