ไหว”
เจิ้งเฟิงหัวตาเหลือกอย่างเหลือเชื่อ หันมองกู้สื่อ “พี่เขย”
กู้สื่อสีหน้าสงบลง เอ่ยตัดเยื่อใย “ตอนนั้นเพราะเจ้าแพ้ให้กับคนอื่น ถึงถูกสามีทอดทิ้ง เพราะเจ้าเป็นน้องสาวภรรยา ข้าย่อมไม่อาจทิ้งเจ้าไม่สนใจ ดังนั้นข้าจึงให้เจ้ากับอันชุ่ยมาอยู่จวนกู้ ยามนั้นอันชุ่ยเป็นเด็กทารกเพิ่งคลอดได้ไม่นาน ข้าเลี้ยงพวกเจ้ามาถึงเวลานี้ ก็ช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแล้ว”
“พี่เขย”
เจิ้งเฟิงหัวลนลานแล้ว นางก้าวออกมา คุกเข่าหน้ากู้สื่อ น้ำตาเอ่อล้น ดูน่าเวทนาเกินเปรียบ
“พี่เขยท่านจะไม่สนใจข้ากับอันชุ่ยไม่ได้นะ ออกจากจวนฝูจู่แล้ว พวกเราจะทำอย่างไร อันชุ่ยเองก็ถึงวัยออกเรือน หากถูกไล่ออกไปเช่นนี้ คนอื่นจะทำกับพวกเราอย่างไร”
หลายปีมานี้ นางเป็นน้องภรรยาของกู้สื่อ ไม่รู้ว่ามีคนมากน้อยเท่าไรที่มาประจบนาง ขนแต่ทรัพย์สมบัติมาให้อยู่ร่ำไป
หากสูญเสียการคุ้มกันของจวนกู้ ใครยังจะใส่ใจสองแม่ลูกไร้ที่พึ่งอีกเล่า
เกรงว่าตระกูลมู่…
ตระกูลมู่ก็คงไม่รับอันชุ่ยเป็นอนุแน่!
ฉับพลันเจิ้งเฟิงหัวฉุกคิดอะไรออก กวาดสายตามองกู้อีอี
จริงสิ! กู้อีอีคงรู้ว่าตระกูลมู่คิดแต่งอันชุ่ยเป็นอนุ แต่อันชุ่ยดันมีรูปโฉมงดงาม นางกลัวว่าอันชุ่ยจะครอง