บรรยากาศสงบลงอย่างน่าประหลาด
กระทั่งสายลมฤดูใบไม้ร่วงยังแผ่ความเย็นเยียบ
ชายชุดดำหน้าตาซีดเซียว ถอยหลังไปสองก้าว เขาปากสั่นเทา แววตาลนลาน
เพราะอะไร เพราะอะไรเขาถึงกลับมาเช่นนี้
มุมปากจิ่วหมิงเผยรอยยิ้มร้ายกาจเย็นชา สาวเท้าเข้าประชิดคนชุดดำ
“เขาจงใจตามตัวข้ากลับมา เพื่อจะทำร้ายชิงเอ๋อร์อย่างนั้นหรือ ใครมอบความกล้าให้พวกเจ้าถึงขั้นกล้าแตะต้องคนของข้าในแคว้นหลิวอวิ๋นนี้!”
ชายชุดดำสั่นงกๆ “ข้า…ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดถึงอะไร”
ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่โลกสันโดษ นายท่านรองสั่งไว้ห้ามมิให้ใครก็ตามรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา
“อารองของข้าผู้นั้นคิดว่าข้าเป็นเจ้าโง่ หรือเห็นว่าคนทั้งโลกนี้โง่ไปหมดแล้วกัน” สายตาจิ่วหมิงเคลื่อนมองคนชุดดำ เหมือนผู้ใหญ่ดูแคลนผู้น้อย “ในแคว้นหลิวอวิ๋น ต่อให้ข้าไม่มาก็ไม่มีใครแตะต้องนางได้!”
ภายใต้ไอเย็นเยียบจากชายหนุ่ม ชายชุดดำสั่นเทา กระบี่ในมือเขาพลอยสั่นไปด้วย กระทั้งยืนยังไม่มั่นคง
“คุณหนู!”
แสงสีเขียวสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจากที่ไม่ไกลออกไป ครั้นมองดูเป็นหญิงสาวสวมอารมณ์สีเขียวมุ่งเข้ามา พริบตาเดียวก็ถึงเบื้องหน้าเฟิงหรูชิง
ชายชุดดำเบิกตากว้าง “เสวียน…เสวียนอู่ขั้นกลางหรือ”
ยอดฝีม