เอ๋อร์ก็ได้ แต่ข้าก็ไม่ได้ทำ…”
ครั้นเห็นเฉินชิงเยียนมีท่าทางน่าสงสาร สีหน้ามู่หลิงก็ค่อยๆ ผ่อนคลายขึ้น “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเสียนเอ๋อร์ แต่ซู่อีไม่มีทางทำร้ายเขา แต่เจ้าก็เตือนสติข้าแล้ว ข้าต้องไปอธิบายผลดีร้ายให้ซู่อีฟัง สุดท้ายนางจะเข้าใจข้าเอง”
ที่เขาทำทั้งหมด ไม่ใช่เพราะหนานเสียนหรือ แต่แม่ลูกคู่นี้ดันไม่เข้าใจเขา!
มู่หลิงเบี่ยงสายตา เห็นว่ามู่หย่งยังคงยืนอยู่ก็ขมวดคิ้ว สีหน้าไม่พอใจ “เจ้ายังยืนทำอะไรอยู่ที่นี่อีก”
มู่หย่งหน้าซีดเผือด “คือ…คือหนานเสียนให้ข้าบอกกับท่าน”
“อะไร”
“เขาบอกว่า เขารอท่านอยู่ที่แคว้นหลิวอวิ๋น”
สีหน้ามู่หลิงเต็มไปด้วยโทสะ ฟาดฝ่ามือออกอย่างแรง โต๊ะแตกกระเด็นเป็นเสี่ยงๆ
“เจ้าเด็กอกตัญญู! หากจะพบข้า เขาควรไสหัวกลับมาที่ตระกูลมู่ ข้าเป็นพ่อเขา ยังจะให้ข้าไปหาเขาอีก”
มู่หย่งมุมปากกระตุก ปฏิกิริยาตอบสนองของประมุขน้อยอยู่ในการคาดเดาของเขา
แต่ว่า…
หนานเสียนมิใช่ให้ประมุขน้อยไปพบตน แต่กำลังข่มขู่ประมุขน้อย!
“ท่านประมุข ท่านประมุข!”
ร่างสายหนึ่งวิ่งโซซัดโซเซเข้ามา สีหน้าร้อนรน “ท่านเจ้าบ้านอาการกำเริบอีกแล้ว อาละวาดจะ