ลนลานแล้ว ใบหน้าสง่างามซีดเซียว
นางชอบจ้าวเย้าชอบจนถึงขั้นไร้สติ
“จ้าวเย้า เมื่อครู่ข้า ข้าเข้าใจท่านผิดจริงๆ ข้าขอโทษ ข้าไม่ควรสงสัยท่าน”
ทำไมนางถึงได้ระแวงสามีที่อยู่ด้วยกันมานานเพียงเพราะคำพูดของคนนอกไม่กี่ประโยคกัน
ในโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจจ้าวเย้าไปมากกว่านางอีกแล้ว
เขาไม่วันทำเรื่องผิดต่อนางอย่างแน่นอน!
รอยยิ้มหงอวี้ค่อยๆ หุบลง นางสาวเท้าไปหาจ้าวเย้าอย่างเชื่องช้า
“เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ คุณหนูของข้าคิดปีนเตียงเจ้าอย่างนั้นหรือ”
คราวนี้จ้าวเย้ายังไม่ทันเอ่ยวาจา เฟ่ยเสวี่ยก็พุ่งเข้าใส่หงอวี้แล้ว
“พอซะที ข้าไม่สนว่าใจเป็นใคร ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามีฐานะอะไรกันแน่ แต่ข้าขอให้เจ้าอย่าทำลายความสัมพันธ์ของข้ากับสามีอีก! แม่นางน้อยทุกวันนี้ ต่างก็เหมือนกันหมด เห็นสามีข้ามีอำนาจ คิดยั่วยวนเขา! อย่าลืมว่า ในสำนักกรงเล็บอินทรีนี้คนที่ตัดสินใจได้ก็คือข้า ต่อให้ล่อลวงเขาได้ ก็เป็นแค่หญิงแพศยาไร้ยางอายเท่านั้น”
เพี๊ยะ!
หงอวี้ตบหน้าเฟ่ยเสวี่ยอย่างแรง
เสี้ยวขณะนั้น ศิษย์ทั้งหลายพุ่งเข้ามาล้อมหงอวี้ไว้
คราวนี้หงอวี้แววตาคมกริบราวกับมีด แผ่พลังดุดันพุ่งออกมาราวกับสายรุ้ง
“เจ้าลองลบหลู่นางอีกสิ”
เฟ่ยเสวี่ยอึ้งงัน กุมแก้มที่เจ็บปวดเอาไว้ โมโหเสียจนพูดไม่ออก
นางสารเลวนี่ กล้าลงมือกับนางในสำนักกรงเล็บอินทรี
ไม่อยากมีชีวิตแล้วใช่หรือไม่!
“เสวี่ยเอ๋อร์” แววตาจ้าวเย้าทอประกายปวดร้าว เขากำมือแน่น หันหลังมา