ายกลเทพยุทธ์กักขังไว้แล้วก็แทบจะต้องตายสถานเดียว แต่ข้างกายเขามีมรรคาจารย์อยู่ เขาจึงยังไม่สิ้นหวัง เพียงกังวลเท่านั้นเจียงฉางเซิงไม่เอ่ยตอบ ตัวเขาเองก็ทำอะไรมหาค่ายกลเทพยุทธ์ไม่ได้ อย่างมากที่สุดก็ทำได้แค่หาวิธีลากอัครเทพยุทธ์ทั้งสิบแปดคนไปลงสุสานด้วยเท่านั้น“วิถียุทธ์เช่นนี้ช่างเลอะเทอะจริงๆ เดินทางผิดเสียแล้ว!”น้ำเสียงเฉยเมยเสียงหนึ่งดังกังวานทั่วบริเวณ อัครเทพยุทธ์สิบแปดคนในเสาแสงสีม่วงตกใจชะเง้อซ้ายชะเง้อขวาเห็นชัดว่าพวกเขาจับตำแหน่งของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้“เจ้าคือผู้ใดกันแน่”อัครเทพยุทธ์จุนตวาดเสียงเกรี้ยวกราด น้ำเสียงแฝงความหวั่นกลัวกับโกรธเกรี้ยวผสมปนเปสิ่งที่ไม่รู้ย่อมเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด!เมื่อมาถึงระดับขั้นเดียวกับพวกเขาก็เหลือคนที่พวกเขามองไม่ออกอยู่ไม่มากเท่าไรแล้ว ดังนั้นตัวตนลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นมาตอนนี้จึงทำให้พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้วสิ่งสำคัญที่สุดก็คืออีกฝ่ายอยู่นอกมหาค่ายกลเทพยุทธ์!“เรื่องวุ่นวายหนนี้สมควรปิดฉากเสียที!”น้ำเสียงเฉยชาดังขึ้นอีกครั้ง จบคำทะเลเมฆสีม่วงเหนือศีรษะก็ถูกเป่ากระจาย เงาร่างหนึ่งลอยลงมาจากบนท้องฟ้า สายลมแรงกล้าที่พัดตาม