พอแล้วหรือยัง?” เขากำหมัดแน่น “หลายปีมานี้ทุกครั้งที่ท่านอาการกำเริบก็มักทำร้ายชิงเยียนซ้ำๆ นางเคยพูดอะไรสักคำหรือไม่? หลายปีมานี้ความอดทนของนางยังไม่เพียงพอให้ท่านวางความแค้นที่ผ่านมาหรือ? อีกอย่าง ที่ผิดล้วนแต่เป็นแม่ของชิงเยียน นางไม่รู้เรื่องด้วย!”
เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริง ๆ
เหตุใดทุกคนล้วนตำหนิชิงเยียน
“ท่านพี่หลิง” ชิงเยียนตื่นตกใจ นางดึงแขนเสื้อมู่หลิงน้ำตาคลอโศกเศร้ายิ่งนัก “ช่วงนี้สุขภาพท่านพ่อไม่สู้ดี ท่านพูดน้อยหน่อยจะดีกว่า อย่างไรเสียข้าถูกขว้างปาใส่ไม่กี่ทีก็ไม่เป็นไร ท่านพี่หลิงยอมให้ท่านผู้เฒ่าหน่อยจะดีกว่า”
มู่หลิงย่อมรู้ว่าช่วงนี้สุขภาพของท่านผู้เฒ่านับวันจะแย่ลงเรื่อยๆ ตอนอาการกำเริบยังทุบตีคน ตอนที่มีสติครบถ้วนดี…กลับเป็นแม้แต่แรงจะตีคนยังไม่มี
ดังนั้น ต่อหน้าผู้เฒ่าเช่นนี้นอกจากอดทนแล้วก็ไม่มีวิธีอื่น
“ไสหัวไป พวกเจ้าล้วนไสหัวออกไป ข้าไม่อยากพบใครทั้งนั้น!”
ผู้เฒ่าโกรธจัดถีบโต๊ะตรงหน้าล้มหงาย
เขาหันกลับไปมองพ่อบ้านเก่าแก่ที่รอรับใช้อยู่เงียบๆ ด้านข้าง “ข้าหิวแล้ว ข้าอยากดื่มซุปไก่ที่ซู่อีต้ม เหตุใดซู่อีไปตั้งนานแล้วยังต้มซุปไก่ให้ข้าไม่เสร็จอีก?”
พ่อบ้านขยับปากถอนห