นราวกับฟ้าผ่าในวันท้องฟ้าแจ่มใสฟาดลงมาที่กลางใจเขา เขาเหลือบมองน่าหลานเยียนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง น้ำตารื้นในตา
เพราะอะไร…ทำไมนายหญิงจึงเนรเทศเขาออกจากจวนเฟิงอวิ๋น
เขาทำอะไรผิดไป เขาแก้ไขไม่ทันแล้วหรือ
“น่าหลานฮองเฮา” จื่อเยียนรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าขัน นางหัวเราะออกมา
“จวนเฟิงอวิ๋นไม่ได้ขึ้นกับแคว้นหลิวอวิ๋น จวนเฟิงอวิ๋นยังมีคุณหนูใหญ่ถังอวี้ หากขับไล่พวกหม่อมฉันจากจวนเฟิงอวิ๋น เกรงว่าเพียงแค่คุณหนูใหญ่…”
“จื่อเยียน!” ในที่สุดชิงหย่วนก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธร่างกายของเขาสั่นเทา แววตาผิดหวังมองไปยังหญิงสาวด้วยความสงสัยราวกับครั้งแรกที่เพิ่งรู้จักนาง “เจ้ากับถังอวี้ญาติดีกันนักหรือ”
พวกเขาที่อยู่กับนายหญิงตั้งแต่แรกนั้น ไม่มีใครชอบถังอวี้แม้แต่คนเดียว!
ยิ่งไปกว่านั้น ลับหลังพวกเขานั้นไม่เคยยกย่องนางในฐานะคุณหนูใหญ่เลย
ในฐานะที่จื่อเยียนเป็นคู่หมั้นของเขา รู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ชอบถังอวี้ แล้วทำไมถึงพูดแบบนี้ จื่อเยียนเพิ่งได้สติ กัดริมฝีปากแน่น นางเดือดดาลจนลืมไปว่าชิงหย่วนนั้นเกลียดชังถังอวี้
แต่คุณหนูใหญ่ก็คือคุณหนูใหญ่ แม้จะทำเกินไปในบางเรื่อง ทั้งจวนเฟิงอวิ๋น…ล้วนต้องจำใจฟังคำของนาง
“ชิงหย่วน ข้าขอโทษ…ข้า…” จื่อเยียนหน้าซีดเผือด แววตารู้สึกผิด “ถังอวี้ต้องการให้ข้าอยู่ที่จวนเฟิงอวิ๋น ข้าเห็นแก่เจ้าจึงไม่กล้าปฏิเสธนางกลัวนางเพ่งเล็งเจ้า ข้าขอโทษจริงๆ …ข้าไม่ได้เจตนา…”
นางเหลือบตาข