หรือ พวกเจ้าเคยถามความเห็นของนางหรือไม่”
ถังอิ่นเบิกตากว้างในบัดดล ดวงหน้าของนางแดงก่ำ ชี้อีกฝ่ายด้วยความโมโห อารมณ์เดือดพล่านจนพูดไม่ออก
ถังอวี้ยิ้มเย็นชากล่าวว่า “ข้าลืมไปเลย เฟิงหรูชิงทำร้ายอาจารย์ถึงขั้นนี้ ยังจะถามความเห็นของนางอีกหรือ ชีวิตของข้าถังอวี้เกลียดที่สุดก็คือคนอย่างพวกเขาสองพ่อลูก ทั้งๆ ที่อาจารย์ข้าไม่ยินยอม ยังจะบังคับลักพาตัวคนไปอีก!”
ถังอิ่นโมโหจนเกือบเป็นลม ในบรรดาคำศัพท์ทั้งหลายที่นางรู้เอามารวมกันแล้วยังไม่มีคำที่เหมาะจะบรรยายคำพูดของถังอวี้เลย
ไม่รู้ว่าเฟิงเทียนอวี้เดินมาหยุดข้างกายถังอิ่นตั้งแต่เมื่อไร
ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด ตบบ่าถังอิ่นเบาๆ
“นางหนูตระกูลถัง เจ้าช่วยพวกเรามากเกินไปแล้ว เจ้าถอยไปก่อน เรื่องเยียนเอ๋อร์ ข้าเป็นคนจัดการเอง”
ถังอิ่นตาแดงเช่นกัน “ท่านลุงฮ่องเต้ ถังอวี้พูดจากลับผิดเป็นถูกแท้ๆ ข้า…”
“เจ้าไม่ต้องพูดอีก พูดกับนางมากความไปก็เสียเวลาเปล่า ข้าไม่มีวันยอมให้คนทำร้ายเยียนเอ๋อร์อีกแม้สักน้อย!”
คราวนี้ต่อให้เขาต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ก็ไม่ยอมให้…ใครชิงนางไปจากเขาอีกแล้ว!
เฟิงเทียนอวี้เดินขึ้นหน้าไปสองก้าว ชุดยาวโบกพลิ้วลู่ลม ใบหน้าองอาจ ร่างกายตระหง่านห้าวหาญบังถังอิ่นไว้ แววตาวาวโรจน์
นางหนูนี่ช่วยเขามากแล้วจริงๆ เรื่องวันนี้ไม่อาจทำให้นางเดือดร้อนไปด้วยได้อีก
นางมีน้ำใจก็พอแล้ว!
“นางหนูตระกูลถัง” เยว่ปู้สงเห็นว่าถังอิ่นยังคิดก้าวอ