ด็ดขาด!” หนานเสียนกำชับหนักแน่น
ที่เขาวางใจปล่อยเฟิงหรูชิงไปตระกูลถังได้ ไม่ใช้เพราะขนนกเฟิ่งเท่านั้น ซ้ำยังมี…ป้ายหยกอันนั้นด้วย
“ได้” เฟิงหรูชิงพยักหน้า
นั่นเป็นของแทนใจที่กั๋วซือมอบให้ นางจะทำหายได้อย่างไรกัน
“รอข้าไปหา ข้ารีบไปพบเจ้า” มุมปากหนานเสียนเจือรอยยิ้มจางๆ สายตาเขากวาดมองฉินเฉินโดยไม่ตั้งใจ
ฉินเฉินเองก็เงยหน้ามองเขา
ดวงตาใส่กระจ่าง ทว่ายึดมั่น
ขณะที่สองตาสบกัน คล้ายมีกระแสไฟแผ่พุ่งออกมาปะทะที่กลางอากาศ
เฟิงหรูชิงหน้าคล้ำง้ำงอ เจ้าสองคนนี้…คนหนึ่งก็เป็นคนที่อยากนอนกับนาง อีกคนก็น้องชายในชีวิตก่อน คงจะไม่…ถูกใจกันแล้วหรอกนะ!
“แค่กแค่ก!” เฟิงเทียนอวี้ทนไม่ไหว กระแอมไอเบาสองคำ กล่าวจริงจังว่า “กั๋วซือ เจ้าจะกุมมือชิงเอ๋อร์ถึงเมื่อไรกัน พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว เจ้าก็สมควรปล่อยมือได้แล้วเช่นกัน”
“อืม” หนานเสียนตอบรับเบาๆ ยังไม่ปล่อยมือ
ทว่าเขาพลันรู้สึกว่าสมควรไว้หน้าเฟิงเทียนอวี้บ้าง
ดังนั้น…สุดท้ายเขาก็ปล่อยมือเฟิงหรูชิง ทว่าใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือนางไว้แทน
เฟิงหรูชิง “…” ต่างกันตรงไหน
“เสด็จพ่อ พวกเราไปกันเถอะ” สายตาเฟิงหรูชิงมองตรงไปเบื้องหน้า แววตาเย็นเยียบ “เสด็จแม่ยังรอพวกเราอยู่”
ตระกูลถัง
นางหลับตาลงช้าๆ ครั้นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เบื้องลึกของนัยน์ตาเผยจิตสังหาร
“คุณหนู…” เชียนหนิงผลักถังอิ่น เอ่ยเสียงอ่อนว่า “ข้ารู้สึกว่าองค์หญิงน่ากลัวอยู่บ้าง ตระกูลถังทำอะไรล่วง