านกับนางอีก!”
ไม่ว่าตระกูลหลิ่วทรยศขายชาติหรือไม่ แต่ท่านพ่อเขามีความคิดเช่นนี้จริงๆ
เฟิงเทียนอวี้หาใช่คนโง่ ศึกนี้เขามองออกอย่างมาก สุดท้ายตระกูลหลิ่วก็กลายเป็นอดีต…
ไม่ว่าหลิ่วฮูหยินด้านหลังจะกรีดร้องอย่างไร หลิ่วอวี้เฉินหาได้ชะงักฝีเท้า
เงาร่างปราดเปรียวหายลับท่ามกลางความมืด ไม่เห็นอีก…
…
จวนแม่ทัพตกอยู่ในสภาพระเนระนาด
น่าหลานหูยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ ใบหน้าชราลุ่มลึก ในดวงตามีเพลิงโทสะที่ไม่อาจสะกดไว้
หลิวอวี๋นเซียวตายแล้ว!
เขาตายอย่างน่าอนาถ!
ร่างกายของอีกฝ่ายไม่มีผิวหนังชิ้นไหนที่สมบูรณ์เลยสักชิ้น
ฝูงชนเต็มไปด้วยความเดือดดาล ไม่เพียงใช้กระบี่ฟาดฟัน ใช้ค้อนทุบเท่านั้น กระทั่งใช้ปากกัดก็ยังมี
ก่อนหน้านี้น่าหลานหูลงมือทำลายพลังยุทธ์ของหลิวอวี๋นเซียว ด้วยเหตุนี้อีกฝ่ายจึงมิอาจขัดขืนต่อต้านโทสะของฝูงชนได้
ต่อให้เป็นเช่นนี้อย่างไรเขาก็เป็นคนเนื้อหนังหยาบกร้าน กลับถูกคนกัดเนื้อไปก้อนใหญ่ ก็มากพอให้เห็นว่าผู้คนมีความโกรธแค้นเพียงใด
ทว่า…
การตายของหลิวอวี๋นเซียวหาได้ดับโทสะในใจเขาลงได้
ที่เขาโมโห ยังมีสี่แคว้นใหญ่ในทวีป แล้วก็…ผู้ฝึกยุทธ์ที่บงการอยู่เบื้องหลัง!
“ในวังหลวงเป็นอย่างไรบ้าง” เขาถามเสียงทุ้ม
คนของสามตระกูลใหญ่ยืนอยู่ด้านหลังน่าหลานหู มองเงาร่างโดดเดี่ยวของแม่ทัพเฒ่าเงียบๆ
“วังหลวงปลอดภัยไร้เรื่องราวแล้ว หลิวหรงและเฟิงหรูซวงถูกส่งตัวมา ข้าคิดจะส่งนางไปที่ถนน ใช้พวกนางดับโทสะของ