พบเจ้าอีกครั้งเสียที”
นางเคยพูดไว้ หากวันหนึ่งนางตายไปก่อน ก็จะอยู่ที่สะพานไน่เหอในยมโลกรอเขาไปพบ จับมือกันไปดื่มน้ำเบญจรสเป็นสามีภรรยากันอีกในชาติหน้า
ตอนนี้เขาเลี้ยงดูลูกสาวจนเติบโตแล้ว ในที่สุดก็สามารถไปหานางได้อย่างที่ต้องการ
เกรงว่านางอยู่คนเดียวในยมโลก มองดูคนผ่านไปมารอเขาอยู่คนเดียว…
น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกจากหัวตาเฟิงเทียนอวี้ เขาไอหนักขึ้นเลือดออกมาพร้อมกับแรงที่ไอ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงล้มลง ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวไร้ความน่าเกรงขามดั่งในอดีตอีกแล้ว
“ฝ่าบาท!” หลินกงกงคุกเข่าลงที่หัวเตียงเฟิงเทียนอวี้ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ยังไม่รีบไปอีก แค่กแค่ก!” เฟิงเทียนอวี้ไอขึ้นอีกสองครั้ง “หากยังไม่ไปเกรงว่าจะไม่ทันการแล้ว”
เฟิงเทียนอวี้เพิ่งจะพูดจบประตูตำหนักหย่างซินก็ถูกผลักออก
เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองก็เห็นหญิงสูงศักดิ์ในชุดราชวังสีม่วงยืนอยู่ที่หน้าประตู
บนใบหน้าหลิวหรงมีรอยยิ้มเยาะเย้ย ตอนก้าวเดินปิ่นดอกไม้ไหวทองบนศีรษะส่งเสียงกุ๊งกิ๊ง
ในตำหนักหย่างซินที่เงียบสงัดลงนี้ดูชัดเจนยิ่งนัก
“ฝ่าบาท หม่อมฉันมารับใช้ฝ่าบาท” มุมปากหลิวหรงแฝงด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรเสียวังหลวงในตอนนี้ก็มีเพียงหม่อมฉันเท่านั้นที่มารับใช้ฝ่าบาทได้”
สีหน้าเฟิงเทียนอวี้ดูไม่ดียิ่งกว่าเดิม “เจ้ามาทำอะไร?”
“ฝ่าบาท พระองค์ไม่อยากเจอหม่อมฉันถึงเพียงนี้เลยหรือ?” หลิวหรงหยุดฝีเท้าลงยิ้มด้วยความยโสโอหัง “งานเลี้ยงดอกไม้ในตอนนั้