ความวุ่นวายในแดนมนุษย์หยวนแอบด่าทอในใจขณะมองเหยี่ยวทองตัวนั้นจากไปไกลเขาสัมผัสได้ถึงปราณของผูบำเพ็ญเซียนแสดงว่า
เหยี่ยวทองตัวนั้นก็เป็นสัตว์พาหนะเช่นกัน
นับแต่เปิดวิถีเซียนก็เริ่มมีสัตว์เลี้ยงวิญญาณและสัตว์พาหนะปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆผูบำเพ็ญเซียนสามารถ
สื่อสารกับสัตว์เลี้ยงวิญญาณและสัตว์พาหนะได้ด้วยเหตุนี้จึงมีสัตว์ปีศาจและสัตว์อสูรเข้ามาในสายตาของเผ่ามนุษย์
มากขึ้นเรื่อยๆหยวนเพิ่งคิดว่าจะนั่งลงก็พบว่าเหยี่ยวทองตัวนั้นบินค
ย้อนกลับมาเขารีบล่วงเอากระบี่ยาวเล่มหนึ่งออกมาจากในถุงบรรจุสรรพสิ่งเพื่อเตรียมเข้าต่อสู้ท่องยุทธภพมาตั้งหลายปีเขาจึงเคยพบกับการต่อสู้มาไม่น้อยแต่ด้วยมหามรรคาปราณทองคำและดาวดินเจ็ด
สิบสองจำแลงเขาจึงไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้แม้แต่ครั้ง
เดียว
เวลานี้มีผูบำเพ็ญเซียนมากขึ้นเรื่อยๆแต่ไม่ใช่ว่าผู้
บำเพ็ญเซียนทั้งหมดจะอยู่ในมหาพิภพจิตจรแม้จะเป็นผู้ร่วม
วิถีเดียวกันก็ยังอาจลงมือเพื่อผลประโยชน์ได้
ไม่นานนักเหยี่ยวทองก็บินมาถึงเบื้องบนของป่าเขาห
ยวนจึงได้เห็นบุรุษผู้หนึ่ง
“สหายไม่ธรรมดาเลยนี่สามารถควบคุมอสูรเช่นนี้ได้ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังมองระดับพลังของเจ้าไม่ออกอีกด้วย”
บุรุษบนหลังเหยี่ยวทองก็คือเจียงเทียนเชิงซึ่งเป็นฮ่องเต้เทียนจงกลับชาติมาเกิดนั่นเองและตอนนี้เขาออกมาหาประสบการณ์ข้างนอกเขาสวมชุดจอมยุทธสีขาวทั้งตัวสวมหมวกฟางไว้บนหัว
พกถุงบรรจุสรรพสิ่งสองถุงและน้ำเต้าหนึ่งขวดไ