งความเงียบ เฟิงหรูชิงไม่รู้ว่าในใจฝูเฉินคิดอะไรอยู่ นางนิ่งค้างไปก่อนจะร้องเรียก “ฝูเฉิน?”
…
ภายในช่องว่าง สายตาของฝูเฉินแฝงด้วยความสับสนและสงสัย นานกว่าจะเปิดปากพูด “หากเสื่อมเพราะกาลเวลาจริงจะไม่มีเวทมนตร์อยู่ ไม่ใช่ถูกทำลายโดยง่ายเช่นนี้ แต่ว่า…”
เขานิ่งไปแล้วพูดต่อ “ท่านกับจักรพรรดิที่เก้าน่าจะมีวาสนาต่อกัน เพราะฉะนั้นเจ้าเลยสามารถเข้าไปในบ้านได้”
ชิงหานตะลึง แววตางงงวยหันไปมองทางฝูเฉิน
มีวาสนากับจักรพรรดิที่เก้าก็เลยสามารถเปิดเวทมนตร์ออกได้?
แต่ว่าพี่ฝูเฉินก็รู้ดีแท้ๆ เวทมนตร์นี่มีเพียงจักรพรรดิที่เก้าเท่านั้นที่สามารถเปิดได้ แม้แต่คนที่สืบสายเลือดของจักรพรรดิที่เก้าก็ไม่มีความสามารถที่จะกระทำได้…
เหตุใดเขาถึงพูดไปเช่นนั้น?
ฝูเฉินถลึงตาใส่ชิงหานเป็นการเตือนทำให้ชิงหานปิดปากสนิทในทันที นางเบ้ปากเล็กๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเสียใจและน้อยใจ
ไม่ว่าอย่างไรเรื่องบางเรื่องที่ยังไม่สามารถยืนยันเขาจะให้ท่านแม่รู้ไม่ได้
นอกเสียจาก…รอเขายืนยันความเป็นไปได้ในใจข้อนั้นก่อน
…
มีคำของฝูเฉินแล้วเฟิงหรูชิงก็เบาใจ นางค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกแล้วก้าวเท้าเข้าไปภายในอาณาจักร
แม้ว่าอาณาจักรแห่งนี้จะผ่านมานานหลายปีแต่ภายในยังใหม่เหมือนแรกเริ่มไม่เปลี่ยน นอกจากใบไม้ร่วงที่ไร้คนกวาดแล้วไม่ได้ต่างอะไรกับชานบ้านที่มีคนอาศัยอยู่เลย
“ชิงชิงรู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใดกัน?” มุมปากฉินเฉินยกยิ้มบาง น้ำเสียงใสสะอาด