้าพูดว่าอะไร?” ผู้เฒ่าน่าหลานโมโหหนัก ร่างของเขาเกือบจะยืนทรงตัวไม่อยู่รีบคว้าไม้ที่อยู่ข้างกายไว้พยุงตัว กัดฟันด้วยความโกรธ “มีคนบังอาจลงมือกับฝ่าบาทงั้นหรือ”
เฟิงหรูชิงเม้มปาก “แถมพิษนี่ยัง…หลายปีมาแล้ว เดิมพระองค์ควรจะสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่มีคนมายับยั้งพิษให้พระองค์จึงสามารถมีชีวิตอยู่ได้ แต่พิษนี่ไม่ได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น ไม่ช้าก็เร็วมันจะรุกลามทั่วทั้งร่างของพระองค์ ส่งผลให้ร่างกายของพระองค์ในทุกวันนี้อ่อนแอลง จนถึงสิ้นพระชนม์ได้!”
ดูจากสภาพร่างกายเสด็จพ่อแล้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองถูกพิษ จะเห็นได้ว่าตอนที่มีคนมาช่วยเขายับยั้งพิษ เขาเองก็ไม่รู้ตัว
คนอื่นๆ ยิ่งยากที่จะรู้ว่าเขาถูกพิษ ดังนั้นหลายปีมานี้จึงได้คิดว่าเขาช้ำใจมากเกินไป ร่างกายจึงได้ย่ำแย่
“เช่นนั้น…ฝ่าบาท พระองค์…จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?”
ในตอนที่ผู้เฒ่าน่าหลานกล่าวประโยคนี้ น้ำเสียงสูงอายุสั่นเครือ ในแววตาของเขาแฝงความโศกเศร้า ร่างกายสั่นสะท้าน
“อย่างมากก็…หนึ่งปี…เจ้าค่ะ”
เฟิงหรูชิงหลับตาลง
ในหนึ่งปีนี้หากนางช่วยเขาไว้ไม่ได้ก็ไม่สามารถช่วยได้อีกแล้ว
พิษค่อยๆ เข้าสู่หัวใจหมดหนทางรักษา
“หนึ่งปี…” ผู้เฒ่าน่าหลานหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด สักพัก เขาก็ลืมตาขึ้นกะทันหัน แววตาดุร้ายเกรี้ยวกราดเกิดทน “หากข้ารู้ว่าใครเป็นคนวางยาพิษ ข้าน่าหลานหูจะไม่ให้มันได้ตายดี!”
“ท่านตา” เฟิงหรูชิงกุมมือที่สั่นเทาของผู้เฒ่าน่าหลานไว้เบา