ธน้ำใจจากฉินอี๋ นางหันไปมองเว่ยผิ่นเหยาด้วยรอยยิ้ม
“ท่านน้าเหยา ไว้ข้ามาเยี่ยมท่านอีกนะ”
เว่ยผิ่นเหยาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม
จนสองคนนั้นเดินลับไป นางยังคงจ้องมองดูด้วยท่าทีเหม่อลอย
“ท่านพี่น่าหลาน องค์หญิงเปลี่ยนไปจริงๆ ในที่สุด สกุลน่าหลาน…ก็จะได้อยู่อย่างสันติ ดีจริงๆ”
นี่มัน…ดีเหลือเกิน
…
กลางห้องรับแขก
ฉินเฟยหยางนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้เจ้าบ้าน ด้านซ้ายมือของเขาคือฉินซวินที่ท่าทางกระวนกระวายใจ สายตาของเขามองไปด้านนอกเป็นระยะๆ แววตามีความวิตกกังวล
ฉินเฟยหยางผ่านโลกมามากแล้วมีหรือจะดูไม่ออกว่าฉินซวินกำลังเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของเว่ยผิ่นเหยา เขาส่ายหน้าด้วยความรู้สึกจนใจ “ซวินเอ๋อร์หากเจ้านั่งเฉยๆ ไม่ได้ เจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ”
เมื่อพูดจบ เขาก็พูดกับคนสองคนที่กำลังนั่งอยู่
“นายกองเจา คุณชายเจา ขออภัยท่านทั้งสองด้วย”
ที่นั่งถัดไปคือชายวัยกลางคน เขาผู้นี้ดูองอาจผ่าเผย หน้าตาสง่างาม ส่วนคนที่นั่งข้างๆ เขาคือชายหนุ่มรูปร่างงดงาม
หากเฟิงหรูชิงอยู่ด้วยละก็ คงจำได้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นั้นก็คือเจาหยางคนที่นางเคยสนทนาจิปาถะด้วยหลายครั้ง
“ฮ่าๆ ความรักที่คุณชายฉินและฮูหยินมีต่อกัน ผู้คนทั้งหลายต่างรู้ดี การที่เขาเป็นห่วงนางนั้นเป็นเรื่องปกติ ข้าเองก็เคยเป็น ทำไมจะไม่เข้าใจ”
ฉินซวินได้ยินคำพูดนั้นจึงลุกขึ้นอย่างดีใจ เขาคำนับและกำลังจะเดินจากไป แต่ในขณะที่หันหน้าไปมองก็เห็นสาวใช้คนหนึ่งรออยู่ข้างนอก