ไต้เอ๋อร์กลัวว่าท่านป้ากับท่านน้าเหยาไม่ยอมกินอาหารบำรุงสุขภาพที่นางทำให้ ก็เลยกินให้พวกนางดูก่อน
“ไต้เอ๋อร์” ฉินอี๋จ้องเขม็ง “เจ้า…ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
ไต้เอ๋อร์หน้าแดง ผิวนวลเนียนน่าเอ็นดู “อร่อย ท่านแม่ กินด้วยกันสิเจ้าคะ”
เมื่อเห็นว่าไต้เอ๋อร์ปลอดภัยดี ฉินอี๋รู้สึกโล่งอก สายตาที่รู้สึกผิดของนางมองไปที่เฟิงหรูชิง
“ขอโทษด้วยเพคะ องค์หญิง หม่อมฉันเข้าใจท่านผิดไป”
เฟิงหรูชิงยิ้ม “ท่านป้ารู้สึกกังวลก็เป็นเรื่องปกติ เมื่อก่อนข้าทำเรื่องผิดๆ ไว้มากจริงๆ ทำให้ท่านป้าไม่อาจไว้วางใจข้า อีกอย่าง ท่านป้าเป็นห่วงสุขภาพของท่านน้าเหยา ข้าเข้าใจ”
…
บนเตียงไม้แกะสลัก เว่ยผิ่นเหยาลุกขึ้นอย่างยากลำบาก แววตาของนางเต็มไปด้วยความตกใจและตกตะลึง แทบไม่เชื่อเลยว่าคำพูดแบบนี้จะออกจากปากของเฟิงหรูชิง
แต่ไรมามีครั้งไหนที่นางจะไม่พูดจาเย้ยหยัน มีหรือ…ที่จะเข้าอกเข้าใจคนอื่นเช่นนี้
“ท่านพี่…” เว่ยผิ่นเหยาเงยหน้ามองฉินอี๋ เหมือนต้องการรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ฉินอี๋ปลอบเว่ยผิ่นเหยาด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่ออาหารนี่กินแล้วท้องไม่เสีย เจ้าก็กินให้เต็มที่เถอะ จะได้ไม่เสียน้ำใจนาง”
ไม่ว่าในใจนางจะให้อภัยเฟิงหรูชิงจริงหรือไม่ แต่เพื่อน่าหลานฉางเฉียนแล้ว นางเลือกที่จะยอมรับน้ำใจจากเฟิงหรูชิง
แต่ภาพจำอันเลวร้ายที่อยู่ในใจนั้นมีมากมายเหลือเกิน จะให้ลบทิ้งทั้งหมด มันยากแสนยาก
“ใครก็ได้ ไปเอาชามกับตะเกียบมาให้ฮูหยินรองหน่อย