ทำให้นางออกจากบ้านน้อยครั้ง แต่นางก็มักเจอเฟิงหรูชิงอยู่เสมอและเฟิงหรูชิงก็ชอบพูดเสียดสีนางเป็นประจำ มีครั้งหนึ่งที่นางยั่วโมโหฮูหยินรองจนแทบเป็นลมหมดสติไป
“ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” น่าหลานฉางเฉียนมีสีหน้าแบบคนทำอะไรไม่ถูก “ข้าเป็นกังวลว่า… ฮูหยินรองกลัวเจ้า พอเห็นเจ้า…จะยิ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ”
เฟิงหรูชิงรู้สึกเซ็ง องค์หญิงคนเดิมก่อกรรมไว้มากมายเหลือเกิน ทำให้นางต้องมาคอยตามแก้
“ท่านลุง ให้ไต้เอ๋อร์ไปเป็นเพื่อนข้าก็พอ” เฟิงหรูชิงยิ้มและลูบหัวไต้เอ๋อร์ “มีไต้เอ๋อร์ไปด้วย พวกเขาคงไม่ไล่ข้าออกมา”
ขอเพียงได้เจอกับฮูหยินรอง…เรื่องอื่นๆ ก็เป็นเรื่องง่าย
…
ข่าวการกลับมาอย่างปลอดภัยของเฟิงหรูชิง กำลังเป็นที่โจษจันในวังหลวง มีทั้งคนที่รู้สึกโล่งอก และมีทั้งคนที่รู้สึกเสียดาย สำหรับหรงกุ้ยเฟยแล้ว นางโมโหเสียจนเกือบทำเครื่องกระเบื้องแตกจนหมดห้อง
นางโมโห! โมโหที่เฟิงหรูชิงไม่ตายๆ ไปเสียที? และโมโหที่เฟิงหรูชิงไม่เชื่อฟังนางเหมือนเมื่อก่อน!
นางอุตส่าห์วางแผนมานานหลายปี จึงทำให้ปีนป่ายมาอยู่ในตำแหน่งนี้ แต่จู่ๆ เฟิงหรูชิงกลับคิดได้ทำให้ความพยายามทั้งหมดของนางต้องพังไม่เป็นท่า!
นางจะไม่โมโหได้อย่างไร
“เฟิงหรูชิง! สิ่งที่น่าหลานเยียนติดค้างข้า ข้าจะทวงคืนจากเจ้า!”
แววตาของหลิวหรงเปลี่ยนไปดูมีประกายของความชั่วร้าย สีหน้าอันโหดเหี้ยมของนางช่างดูน่ากลัวเหลือเกิน
เมื่อยี่สิบปีก่อน นางตกหลุมรัก